posttoday
เวฟฯ ลุยซื้อคอนเทนต์ ป้อน 3 ช่องทีวีดิจิทัล "มาลีนนท์"

เวฟฯ ลุยซื้อคอนเทนต์ ป้อน 3 ช่องทีวีดิจิทัล "มาลีนนท์"

01 พฤษภาคม 2557

หลังจากธุรกิจดีวีดีวีซีดี ไม่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ หรือบริษัท ซีวีดี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (เดิม) บริษัทในเครือตระกูลมาลีนนท์ ต้องปรับแผนหันมารุกธุรกิจไลฟ์สไตล์ในกลุ่มสื่อ บันเทิง และธุรกิจอื่นๆ มากขึ้น

หลังจากธุรกิจดีวีดีวีซีดี ไม่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ หรือบริษัท ซีวีดี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (เดิม) บริษัทในเครือตระกูลมาลีนนท์ ต้องปรับแผนหันมารุกธุรกิจไลฟ์สไตล์ในกลุ่มสื่อ บันเทิง และธุรกิจอื่นๆ มากขึ้น

ปัจจุบัน บริษัท เวฟฯ ดำเนินธุรกิจหลักจัดหาผลิตและจำหน่ายรายการทางโทรทัศน์ ธุรกิจจัดจำหน่ายละครโทรทัศน์ในรูปแบบวีซีดีและดีวีดี ธุรกิจให้บริการเช่าช่วงพื้นที่ ธุรกิจการให้บริการจัดคอนเสิร์ต ซึ่งกลุ่มธุรกิจดังกล่าว บริษัท เวฟฯ ได้ตั้งบริษัทย่อยเข้ามาบริหารงาน ประกอบด้วย บริษัท เวฟ ทีวี แอนด์ มูฟวี่ สตูดิโอส์ ทำหน้าที่ดำเนินธุรกิจการผลิตและจัดจำหน่ายรายการโทรทัศน์ และธุรกิจให้เช่าห้องสตูดิโอเพื่อผลิตรายการโทรทัศน์ รายการข่าว และภาพยนตร์

ขณะที่บริษัท เวฟ ทีวี ทำหน้าที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายรายการโทรทัศน์ บริษัท เวฟ พิคเจอร์ส ทำหน้าที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายรายการโทรทัศน์ รวมไปถึงการผลิตและสร้างภาพยนตร์ และบริษัท ซีวีดี ออแกไนเซอร์ ทำหน้าที่ดำเนินธุรกิจงานด้านกิจกรรมการตลาดหรืองานอีเวนต์

นอกจากนี้ บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ยังได้เข้าร่วมทุนกับบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี ผู้ดำเนินธุรกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อจำหน่ายให้ภาครัฐและเอกชน ด้วยการเข้าถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว 25% เมื่อปี 2555

แมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ผู้ดำเนินธุรกิจด้านบันเทิง กล่าวว่า หลังจากบริษัท บีอีซี เวิลด์ ซึ่งเป็นธุรกิจในกลุ่มมาลีนนท์ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทได้ชนะประมูลทีวีดิจิทัลจำนวน 3 ช่อง ส่งผลให้แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ จะเน้นเข้าซื้อกิจการในธุรกิจไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพื่อนำคอนเทนต์ที่ได้ในธุรกิจต่างๆ มาต่อยอดธุรกิจทีวีดิจิทัลของกลุ่มมาลีนนท์

“ธุรกิจที่บริษัทให้ความสนใจที่จะเข้าไปซื้อกิจการและกำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ทำเงิน มีทั้งธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และบริการ โดยปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ข้อสรุปเข้าซื้อกิจการวอลล์สตรีท อิงลิช สถาบันสอนภาษาภายใต้ลิขสิทธิ์ของเพียร์สัน กลุ่มธุรกิจผู้นำด้านการศึกษารายใหญ่ และเจ้าของสิ่งพิมพ์ เช่น Penguin Book หนังสือพิมพ์ Financial Time นิตยสาร The Economist” แมทธิว กล่าว

หลังได้ข้อสรุปการเข้าซื้อกิจการของวอลล์สตรีท อิงลิช เมื่อวันที่ 30 เม.ย. บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้จ่ายเงิน 800 ล้านบาท ซื้อกิจการวอลล์สตรีท อิงลิช เข้าถือหุ้นเต็ม 100% ถือลิขสิทธิ์ 23 ปีในไทย จากผู้ถือหุ้นรายเดิมบริษัท เอ็ฟฟิเชียนท์ อิงลิช เซอร์วิสเซส (อีอีเอส) ผู้ดำเนินธุรกิจวอลล์สตรีท อิงลิช ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ถือหุ้นหลักประกอบด้วย บริษัท ดับบลิวเอสไอ (ประเทศไทย) โฮลดิ้ง บริษัท สยาม อินเตอร์เวส และกองทุนเปิดไทยทวีทุน 2

“บริษัทจะนำจุดแข็งทางด้านภาษามารวมกับความเชี่ยวชาญของเวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ มาผลิตรายการโทรทัศน์ หรือจัดกิจกรรมพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการสอนภาษาอังกฤษ ผ่านรูปแบบรายการละคร หรือรายการสอนภาษา 1 นาทีซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำคอนเทนต์ของรายการไปเสนอให้กับทางสถานีไทยทีวีสีช่อง 3 และช่องทีวีดิจิทัลของช่อง 3 รวมไปถึงทีวีดิจิทัลช่องอื่นๆ” แมทธิว กล่าว

สำหรับแผน 4 ปีของวอลล์สตรีท อิงลิช จะขยายสาขาใหม่กว่า 4 สาขา งบลงทุนสาขาละประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งปีนี้เปิดไปแล้ว 1 สาขา ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และเร็วๆนี้คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้อีก 1 สาขา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ โดยทำเลที่ให้ความสำคัญยังคงเป็นห้างค้าปลีก และอาคารสำนักงาน

แมทธิว กล่าวอีกว่า หลังจากเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ มีรายได้รวมกว่า 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่บริษัทมีรายได้เพียง 289 ล้านบาท เนื่องจากปีที่ผ่านมาวอลล์สตรีท อิงลิช มีรายได้สูงถึง 800 ล้านบาท และในแต่ละปีมีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% แม้ว่าการแข่งขันของธุรกิจสอนภาษาอังกฤษจะมีความรุนแรง แต่เนื่องจากวอลล์สตรีทมีจุดแข็งในด้านของวิธีการสอนที่พิสูจน์แล้วได้ผลจริง ส่งผลให้ปัจจุบันวอลล์สตรีทก้าวเป็นผู้นำสถาบันสอนภาษาอังกฤษ ด้วยการมีผู้สนใจเข้าเรียนกว่า 1.4 หมื่นคน และมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 47% ในตลาดรวมสถาบันสอนภาษาอังกฤษมูลค่า 1,700 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตลาดสถาบันสอนภาษาในประเทศไทยทุกภาษา มีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท

จากการเข้าถือหุ้นจำนวน 100% ในวอลล์ตรีทอิงลิช ส่งผลให้บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เพียงรายเดียวในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 23 ปี ซึ่งในส่วนของทีมผู้บริหารยังคงใช้ทีมงานเดิม โดยมี มาร์ค นุโสม์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สถาบันสอนภาษาวอลล์สตรีทอิงลิช ประเทศไทย เหมือนเดิม

ปัจจุบัน บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ มีผู้ถือหุ้นใหญ่ประกอบด้วย บริษัท บีอีซี เวิลด์ 17% ตระกูลมาลีนนท์ 40% ครอบคัวของแคทลีน มาลีนนท์ 22% ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 21% เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่