
ไอทีอินเดียสยายปีก
ปัจจุบันอุตสาหกรรมไอทีอินเดียกำลังสยายปีกออกไปเติบโตนอกบ้าน ทั้งผู้เล่นระดับบิ๊กและบริษัทหน้าใหม่ ต่างก็มองหาโอกาสขยายธุรกิจในต่างประเทศ ทั้งยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา รวมถึงอาเซียน
ปัจจุบันอุตสาหกรรมไอทีอินเดียกำลังสยายปีกออกไปเติบโตนอกบ้าน ทั้งผู้เล่นระดับบิ๊กและบริษัทหน้าใหม่ ต่างก็มองหาโอกาสขยายธุรกิจในต่างประเทศ ทั้งยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา รวมถึงอาเซียน
น่าสังเกตว่าประเทศที่เป็นเสือปืนไว คือ สิงคโปร์ ซึ่งล่าสุด คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์ (SEDB) เพิ่งหารือกับบริษัทไอทีของอินเดีย เพื่อชักชวนให้ลงหลักปักฐานในสิงคโปร์ ที่พยายามวางตัวเองเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิก
เว็บไซต์ดีเอ็นเอ ระบุว่า ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนยังไม่ได้ประกาศตัวชัดเจนที่จะเป็นฮับสำหรับบริษัทไอทีจากอินเดีย แต่สิงคโปร์ออกตัวแล้วด้วยนโยบายส่งเสริมองค์กรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นระบบคลาวด์ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัล และเทคโนโลยีแบบพกพา ซึ่งอาจดึงดูดให้บริษัทไอทีน้อยใหญ่จากอินเดียแห่เข้าไปทำธุรกิจในสิงคโปร์
ปัจจุบัน สิงคโปร์ถือเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับ 10 ของอินเดีย และเป็นหุ้นส่วนสำคัญสุดในอาเซียน โดยธนาคารกลางอินเดียระบุว่า อินเดียลงทุนในสิงคโปร์ 29.8 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ในปี 2555 ขณะที่สิงคโปร์เป็นนักลงทุนใหญ่อันดับ 2 ของอินเดีย เม็ดเงินลงทุนรวม 2.07 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สิงคโปร์มีรายได้จากอุตสาหกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร (infocomm) เพิ่มขึ้น 18.5% ในปี 2554 แตะ 8.34 หมื่นล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศขยายตัว 2.3% ในปี 2554 และในปีที่แล้วสิงคโปร์ขึ้นแท่นเป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์อันดับ 4 ของโลก ขณะที่อุตสาหกรรมไอซีทีคิดเป็นสัดส่วน 6% ของจีดีพีรวมทั้งภูมิภาคที่ 3.60 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ที่ผ่านมา ตัวแทนจากคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์กับบริษัทไอทีอินเดียก็พูดคุยกันมาตลอด แต่การพบกันครั้งล่าสุด สิงคโปร์ได้ตั้งทีมขึ้นมาเฉพาะ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทอินเดีย
โก๊ะ จิน โฮ ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ (เอเชียแปซิฟิก) ของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ กล่าวว่า สิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ จึงให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อทำให้ข้อมูลเกิดมูลค่า และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็เป็นตลาดที่เติบโตรวดเร็วที่สุด โดยได้แรงหนุนจากการแห่เข้ามาตั้งศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคนี้ ซึ่งบริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับสิงคโปร์ที่มีความพร้อมด้านบุคลากรมีทักษะและโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ข้อมูล ฮับบริหารจัดการข้อมูล และการเชื่อมโยงในภูมิภาคที่รวดเร็ว ทำให้สิงคโปร์มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่ง ทั้งในแง่เทคโนโลยีแบบพกพา การทำธุรกิจ และการวิเคราะห์
โดยเฉพาะการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นกลุ่มธุรกิจที่สำคัญของสิงคโปร์ ประเมินกันว่า ภายในปี 2560 อุตสาหกรรมนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้อีก 1,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์ และปัจจุบันมีบริษัทที่จับธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูลอยู่มากถึง 20 แห่ง
สำหรับบริษัทไอทีชั้นนำของอินเดียที่เข้าไปลงหลักปักฐานในสิงคโปร์มีหลายแห่ง อาทิ บริษัท ทาทา คอมมูนิเคชั่นส์ ที่มีแผนจะลงทุนปีละราว 110 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ตั้งแต่ปี 2554-2558 ส่วน ทาทา คอนซัลแทนซี เซอร์วิสเซส ก็ตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่สิงคโปร์ โดยจ้างพนักงาน 750 คน และทุ่มเงิน 6 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เน้นการวิจัยและพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (เอสเอ็มยู) รวมทั้งตั้งศูนย์พัฒนาซอฟต์แวร์และศูนย์จัดส่งสำหรับลูกค้าใกล้กับชางงี บิซิเนส พาร์ค
ด้าน เอชซีแอล เทคโนโลยีส์ ก็ตั้งห้องแล็บอุปกรณ์พกพาสำหรับธุรกิจในสิงคโปร์ ส่วน แอลแอนด์ที อินโฟเทค ตั้งสำนักงานบริหารความมั่งคั่ง เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับลูกค้ากลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินในสิงคโปร์ เช่นเดียวกับบริษัท อินโฟซิสและคอกนิแซนต์ ก็ตั้งทีม 400 และ 1,300 คน ในสิงคโปร์ เพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน อีกทั้งยังจับมือกับลูกค้าสิงคโปร์ในการพัฒนา 7 อุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญ เช่น ค้าปลีก การผลิต รถยนต์ และสุขภาพ
ที่สำคัญ คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์มียุทธศาสตร์ด้านบุคลากร โดยรับประกันว่าจะมีนักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูลมากถึง 2,500 คน ที่จบจากมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ภายในปี 2560 จากการสร้างหลักสูตรพิเศษเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้โดยเฉพาะ รวมถึงร่วมมือกับบริษัทต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกงานสั่งสมประสบการณ์สำหรับทำงานจริง







