
ทางลาดคนพิการ
ยังเป็นปัญหาคาราคาซังมาจนถึงบัดนี้
ยังเป็นปัญหาคาราคาซังมาจนถึงบัดนี้
เมื่อองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เตรียมประกาศร่างทีโออาร์จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน วงเงิน 1.31 หมื่นล้านบาท ฉบับแก้ไขครั้งที่ 9 ลงเว็บไซต์ก่อนที่จะเปิดขายซองประกวดราคาเร็วๆ นี้
แต่ร่างทีโออาร์ล่าสุด ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดทางลาด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้พิการที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะของ ขสมก.
โดยเฉพาะในกรณีรถเมล์ร้อน 1,659 คัน ซึ่งมูลนิธิสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการแห่งประเทศไทย และเครือข่ายเรียกร้องให้มีการจัดทำทางลาดสำหรับคนพิการทั้งหมดไม่ต้องการแบบลิฟต์ยก
เพราะทำให้ผู้พิการเป็นภาระแก่ผู้โดยสารคนอื่นๆ เนื่องจากการใช้ลิฟต์ยกต้องใช้เวลา 35 นาทีต่อรายเลยทีเดียว ทำให้ผู้พิการที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะรู้สึกผิด และทำให้คนรอบข้างรู้สึกไม่ดีอีกด้วย เหล่านี้เป็นสาเหตุที่ต้องการให้ ขสมก.ปรับปรุงร่างทีโออาร์ให้รถเมล์ทุกคันมีทางลาดบริการ
แต่ ขสมก.ยังยืนยันกำหนดให้มีทางเลือก 2 แบบ คือ ลิฟต์ยก หรือทางลาด (โลว์ฟอร์) ก็ได้
เพราะแม้ว่าราคาลิฟต์ยกจะมีต้นทุนสูงกว่าแบบทางลาด แต่ ขสมก.อ้างว่า ที่ต้องมีแบบลิฟต์ยก เพื่อที่ว่าเวลาเกิดน้ำท่วมรถเมล์ ขสมก.จะได้วิ่งฝ่าน้ำท่วมได้ และรถที่มีทางลาดจะมีพื้นต่ำ ทำให้วิ่งบนถนนในบางช่วงไม่ได้ เช่น บริเวณคอสะพาน
ในประเด็นนี้อาจจะมีหรือไม่มีอะไรในกอไผ่ก็ได้ แต่ทั้งข้อเสนอของเครือข่ายคนพิการ และ ขสมก.ต่างก็มีข้อให้ขบคิด
อย่างไรก็ตาม หากสำรวจรถโดยสารสาธารณะทั่วโลก จะพบว่าทั้งรถร้อนและรถแอร์แทบทุกประเทศทั่วโลก เช่น ยุโรปและสหรัฐ จัดให้มีทางลาดอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการมากว่า 30 ปีแล้ว
เนื่องจากข้อดีของรถเมล์มีทางลาดคือ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ด้วยความสะดวก ประหยัดพลังงาน
ขณะที่การลงทุนติดตั้งระบบทางลาดไม่มีความแตกต่างด้านราคาอย่างมีนัยจากรถเมล์โดยทั่วไป เว้นแต่ว่าหากเป็นอุปกรณ์ทางลาดที่มีความคงทนแข็งแรงก็จะต้องมีราคาสูงตามค่าตัว
แต่มีราคาถูกกว่าแบบลิฟต์ยกแน่นอน







