
SELL IN MAYAND GO AWAY
ช่วงนี้ผมมีความรู้สึกเหมือนกับช่วงตอนที่ SET INDEX อยู่แถว 1,600 กว่าๆ เมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้วยังไงไม่รู้ รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในเขตดอยอินทนนท์ ถ้ามองไป 12 เดือนข้างหน้า ทำไมผมจึงรู้สึกเช่นนั้นเหรอครับ ผมมองว่า SET ได้ขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ 1,205.44 เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ปีนี้ มาสร้างจุดสูงสุดในรอบนี้ที่ 1,426.53 เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา รวมแล้วขึ้นมา 221.09 จุด หรือคิดเป็น 18.34% ซึ่งเมื่อผมดูจากประวัติศาสตร์การขึ้นลงแล้วพบว่า ในแต่ละรอบขาขึ้นของ SET ส่วนใหญ่จะวิ่งขึ้นได้ประมาณ 18-26% โดยส่วนใหญ่จะขึ้นได้ประมาณ 18-20% ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านดูสัก 3 รอบ
ช่วงนี้ผมมีความรู้สึกเหมือนกับช่วงตอนที่ SET INDEX อยู่แถว 1,600 กว่าๆ เมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้วยังไงไม่รู้ รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในเขตดอยอินทนนท์ ถ้ามองไป 12 เดือนข้างหน้า ทำไมผมจึงรู้สึกเช่นนั้นเหรอครับ ผมมองว่า SET ได้ขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ 1,205.44 เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ปีนี้ มาสร้างจุดสูงสุดในรอบนี้ที่ 1,426.53 เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา รวมแล้วขึ้นมา 221.09 จุด หรือคิดเป็น 18.34% ซึ่งเมื่อผมดูจากประวัติศาสตร์การขึ้นลงแล้วพบว่า ในแต่ละรอบขาขึ้นของ SET ส่วนใหญ่จะวิ่งขึ้นได้ประมาณ 18-26% โดยส่วนใหญ่จะขึ้นได้ประมาณ 18-20% ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านดูสัก 3 รอบ
1.รอบที่ SET เมื่อวันที่ 5/06/2555 จาก 1,099.15 จุด ขึ้นไปถึง 1,314.59 จุด ณ วันที่ 9/10/2555 ขึ้นไป 215.44 จุด หรือคิดเป็น 19.56% ใช้เวลา 4 เดือน กับ 4 วัน
2.รอบที่ SET เมื่อวันที่ 15/11/2555 จาก 1,263.40 จุด ขึ้นไปถึง 1,601.30 จุด ณ วันที่ 19/03/2556 ขึ้นไป 337.90 จุด หรือคิดเป็น 26.75% ใช้เวลา 4 เดือนกับ 4 วัน เหมือนกัน
3.รอบที่ SET เมื่อวันที่ 28/08/2556 จาก 1,260.08 จุด ขึ้นไปถึง 1,487.91 จุด ณ วันที่ 23/09/2556 ขึ้นไป 227.03 จุด หรือคิดเป็น 18.08% รอบนี้ใช้ระยะเวลาสั้นมากไม่ถึงเดือนเพียง 26 วันเท่านั้น
คราวนี้เรากลับมาดูปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยกันครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง จาก ANALYST CONSENSUS ที่ประมาณการกำไรของบริษัท จดทะเบียนทั้งหมดของตลาดหลักทรัพย์ปีนี้ อยู่ที่ประมาณ 104 บาท ซึ่งอาจจะมีการปรับลงได้อีก เมื่อผลประกอบการงวดไตรมาสแรกปีนี้ ประกาศออกมาครบทุกบริษัท คาดว่าการ DOWNGRADE EARNING คงจะมีในช่วงปลายเดือน พ.ค. เมื่อคำนวณ P/E ของตลาดหุ้นไทย โดยเอากำไรของปี 2557 มาคิด หรือที่เรียกกันว่า FORWARD P/E 2557 จะอยู่ที่ประมาณ 14 เท่า ซึ่งโดยปกติตลาดหุ้นไทยจะซื้อขายกันอยู่ที่ P/E ประมาณ 13 เท่า โดยที่กำไรของบริษัทในตลาดโดยรวมจะโตเป็นเลข 2 หลัก แต่กำไรปีนี้อาจจะโตเพียง 34% เท่านั้น
สำหรับปีหน้ายังคาดการณ์ได้ยากกว่า อัตราการเติบโตกำไรจะเป็นอย่างไร เพราะว่าเรายังมี UNKNOWN FACTORS อยู่หลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองว่าเราจะมีรัฐบาลใหม่เมื่อไร และรัฐบาลใหม่จะเน้นปฏิรูปประเทศทางด้านการเมือง แทนที่จะเน้นพัฒนาประเทศหรือไม่อย่างไร ความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นก่อนจะมีรัฐบาลใหม่ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์ ไม่ถูกใจ การประท้วงที่จะนำมาซึ่งความวุ่นวายแค่ไหน รวมถึงผลตัดสินขององค์กรอิสระต่างๆ เมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ แล้ว ทำให้ผมมั่นใจว่าการขึ้นของ SET รอบนี้ น่าจะขึ้นได้ประมาณ 1820% ตามค่าเฉลี่ยแต่ละรอบเท่านั้น ซึ่งการขึ้นมาถึง 1,4269.53 จุด รอบนี้ น่าจะมาจากตั้งแต่ต้นปีนี้ FUND FLOW ไหลเข้ามาในตลาดค่อนข้างมาก โดยเงินพวกนี้เข้ามาทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนทำให้เงินบาทที่เคยอ่อนตัวไปถึง 33.07 บาท เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา แข็งค่าขึ้นมาอยู่แถวๆ 32.25 บาท ในปัจจุบัน
การขึ้นรอบนี้จึงเป็นการขึ้นเพราะ LIQUIDITY DRIVEN ไม่ใช่เพราะว่าพื้นฐานของตลาดหุ้นเราดี ทำให้การขึ้นแบบนี้น่าจะไม่เสถียรเมื่อ FUND FLOW หยุดไหลเข้ามา ความมีเหตุมีผลจะกลับเข้ามาในสำนึกของนักลงทุน ผมคิดว่า SET INDEX ควรจะซื้อขายกันแถวๆ 1,250-1,300 จุดเท่านั้น ลองเปรียบเทียบตลาดหุ้นไทยเป็นหุ้นตัวหนึ่ง เมื่อปีที่แล้วมีกำไรเพิ่มขึ้นเพียง 7.22% โดยปีนี้คาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ถ้าเป็นท่านจะยอมจ่ายเงินซื้อหุ้นตัวนี้ที่ P/E เท่าไรครับ ถ้าเป็นผมคงจะเลือกซื้อหุ้น (ตลาดหุ้น) ตัวอื่นที่มีกำไรที่โตมากกว่านี้ หรือถ้าจะซื้อก็คงต้องกดราคารับซื้อที่ P/E ไม่เกิน P/E เฉลี่ยในอดีต คือ 1213 เท่า เท่านั้น โดยคาดหวังว่าผลกำไรของตลาดหุ้นไทยจะดีขึ้นในปีหน้า โดยควรจะโตเป็นเลข 2 หลัก เหมือนกับในอดีตช่วงที่ผ่านมา FOREIGN HOUSES หลายสำนัก เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นในประเทศกลุ่ม ASEAN ไทยก็เลยพลอยได้อานิสงส์ไปด้วยจากการที่ตลาดหุ้นใน ASEANยังมีขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลักๆ ของโลก บางครั้งเวลามีเงินไหลเข้ามาจึงเข้ามาในลักษณะซื้อเทมายกเข่ง
ช่วงนี้ผมชอบคำพูดนี้เป็นพิเศษ “SELL IN MAY AND GO AWAY”







