
วัตสันชูแผน 3 ปีลุยทุกมิติรับศึกค้าปลีกสุขภาพระอุ
จากภาพรวมธุรกิจร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงาม หรือสเปเชียลตี้สโตร์ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
จากภาพรวมธุรกิจร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงาม หรือสเปเชียลตี้สโตร์ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดการแข่งขันที่รุนแรง หลังจากเชนร้านค้าปลีกจากญี่ปุ่นตบเท้าเข้ามาเปิดตลาดในไทยเพิ่มขึ้น อาทิ ซูรูฮะ และโอเกนกิ
ดังนั้น แผนธุรกิจนับจากนี้ของวัตสัน จึงต้องดำเนินกลยุทธ์การตลาดให้ครบทุกมิติ ทั้งการขยายสาขา สินค้าและบริการ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดในเซ็กเมนต์นี้
ร็อด เร้าท์ลี่ย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล วัตสัน ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามวัตสัน เปิดเผยว่า แผนการขยายสาขา 3 ปีนับจากนี้จะทุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาเพิ่มอีก 150 สาขา ซึ่งจะส่งผลให้วัตสันมีทั้งหมดราว 445 สาขา ในปี 2559 หรือโดยเฉลี่ยเปิดปีละ 4050 สาขา ใช้งบกว่า 390 ล้านบาทต่อปี จากปัจจุบันมี 300 สาขา สิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 345 สาขา
ทั้งนี้ วัตสันจะมุ่งขยายตลาดต่างจังหวัดในสัดส่วน 70% เน้นหัวเมืองหลักเพื่อรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หลังจากวัตสันมีสาขาครอบคลุมในกรุงเทพฯ แล้ว จึงขยายเพิ่มสัดส่วนเพียง 30% ขณะเดียวกันได้วางแผนจะปรับปรุงสาขาเก่าราว 40-50 สาขา เพื่อทำให้ภาพลักษณ์มีความทันสมัยยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มคลังสินค้าแห่งใหม่ที่บางนา พื้นที่ 1.25 แสน ตร.ม. รวมทั้งเพิ่มสินค้าเฮาส์แบรนด์เข้ามาทำตลาดอีก 150 รายการ จากปัจจุบันราว 600 รายการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคาในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง
ขณะเดียวกัน ยังได้นำสินค้าเอกซ์คลูซีฟเข้ามาจำหน่ายจำนวน 850 รายการ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง รวมทั้งจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าพิเศษอย่างต่อเนื่อง ในแคมเปญสะสมแต้มเพื่อใช้แทนเงินสดสำหรับสมาชิก
ขณะที่การสื่อสารข้อมูลไปยังลูกค้านั้น จะให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านทางดิจิทัล เพราะเป็นช่องทางที่สื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ การทำโปรโมชั่น ได้เป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เดินหน้าปรับปรุงเว็บไซต์โฉมใหม่พร้อมกับแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ สิ้นปีนี้ตั้งเป้ามีสมาชิกวัตสันเพิ่มจาก 1.8 ล้านคน เป็น 2.4 ล้านคน
เร้าท์ลี่ย์ กล่าวว่า แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในไทยจะชะลอตัวลง แต่การลงทุนของวัตสันมองถึงการเติบโตในระยะยาว อีกทั้งธุรกิจร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามยังเป็นตลาดที่เติบโตได้ดี เนื่องจากพฤติกรรมคนไทยใส่ใจดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตลาดร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามเริ่มมีคู่แข่งเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่ง จากเดิมจะมีผู้เล่นเพียงแค่วัตสันกับบู๊ทส์เท่านั้น
สำหรับรายได้รอบบัญชีเดือน ธ.ค. 2555-2556 พบว่ามีอัตราการเติบโตถึง 12.6% โดยการเติบโตส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการมีสินค้านวัตกรรมใหม่ อาทิ กลุ่มเดอร์มาสกิน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอาง และอาหารเสริม เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น และจากการดำเนินการตลาดเชิงรุกในปีนี้จะช่วยเสริมให้วัตสันในไทยสามารถรักษาอัตราการเติบโตไว้ได้
ด้าน เบญจมาศ ต้องประสิทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัท ซูรูฮะ ผู้ดำเนินค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามซูรูฮะจากประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า บริษัทวางเป้าหมายขยายสาขาครบ 100 สาขา ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันมีราว 15 สาขา โดยมีแผนขยายสาขาปีละ 20 สาขา ใช้งบการลงทุน 1020 ล้านบาทต่อสาขา รวมทั้งจะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางขยายธุรกิจในอาเซียนรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ด้วย
เมื่อมองความเคลื่อนไหวของน้องใหม่อย่างแบรนด์ โอเกนกิ ในเครือบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือบีเจซี ก็พบว่าเร่งขยายสาขาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดย พิษณุ พงษ์วัฒนา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ กล่าวว่า โอเกนกิ วางเป้าหมายจะเปิดสาขาให้ครบ 60 สาขา ภายในปี 2558 จากปีที่ผ่านมามีสาขาทั้งหมด 8 สาขา โดยการเปิดธุรกิจจะมุ่งเจาะกลุ่มวัยทำงานที่รักสุขภาพ
นับว่าเป็นตลาดที่มีความเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงทีเดียวสำหรับร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความ เพราะเป็นอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ของธุรกิจค้าปลีกที่ยังเติบโตได้ดีและยังมีช่องว่างให้ทำตลาดอีกมาก โดยเฉพาะการขยายสาขาตลาดต่างจังหวัดที่ยังไม่ครอบคลุม รวมทั้งตามชุมชนต่างๆ ต้องจับตาศึกเชนร้านเพื่อสุขภาพและความงามจากฝั่งตะวันตกและตะวันออกให้ดี ชนิดห้ามกะพริบตาทีเดียว







