
"พรายพล"เสนอ 3 ทางเสริมเขี้ยวเล็บ กนง.
นับตั้งแต่แก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ได้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
นับตั้งแต่แก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ได้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และเปลี่ยนแปลงกรรมการ กนง.เพียง 2 ชุด และในเดือน ก.ค.ปีนี้ จะเป็นการเปลี่ยนบอร์ด กนง. เป็นชุดที่ 3 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนตามวาระ ตามกฎหมายระบุว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะดำรงตำแหน่งได้เพียง 2 วาระ ครั้งละ 4 ปี
พรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นบอร์ด กนง.ชุดแรก เปิดใจว่า จากประสบการณ์เป็นบอร์ด กนง.ชุดแรก ถูกเลือกมาในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ ในช่วงนั้นมี อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณจากทีดีอาร์ไอร่วมด้วย ซึ่งบอร์ดแต่ละคนมองหน้ากันก็รู้ว่าเป็นตัวของตัวเองสูง แต่บอร์ดที่เป็นข้าราชการไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร
“บอร์ด กนง.แต่ละคนต้องเป็นอิสระ ไม่มีอคติ พิจารณาการจะขึ้นหรือลงดอกเบี้ยนโยบาย ต้องพิจารณาจากข้อมูลและข้อเท็จจริง ปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ หากการเมืองเข้าครอบงำได้ก็น่าเป็นห่วง เพราะกรรมการโดยตำแหน่ง 3 คน คือ ผู้ว่าการ ธปท. และรองผู้ว่าการอีก 2 คน และอีก 4 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หาก 4 คนนี้เอนเอียงไปทางการเมือง โหวตอย่างไรทาง ธปท.ก็ไม่มีทางชนะ” อดีตบอร์ด กนง. กล่าว
กรณีที่มีการแต่งตั้งบอร์ด ธปท. โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีคนจากฝ่ายการเมืองเข้ามาเพื่อที่จะมาแทรกแซงการแต่งตั้งบอร์ด กนง.นั้น พรายพล มองว่า โดยหลักการแล้วหากได้รับการแต่งตั้งเป็นบอร์ด ธปท. ก็ไม่ควรจะลงมานั่งเป็นกรรมการในบอร์ด กนง. แม้ไม่มีการกำหนดเป็นข้อห้าม แต่การทำงานแต่ละบอร์ดแบ่งแยกชัดเจน โดยมารยาทจึงไม่ควรนั่ง 2 เก้าอี้
นอกจากนี้ การไม่มานั่งในบอร์ดซ้ำซ้อน จะทำให้การตัดสินใจในด้านนโยบายเที่ยงตรงมากกว่า เป็นการตัดสินใจโดยไม่มีอคติใดๆ เลย
พรายพล กล่าวว่า หลังจากที่หมดวาระจากการเป็นบอร์ด กนง.แล้ว มองกลับเข้าไปเห็นว่ามีหลายประเด็นที่ควรจะต้องมีการแก้ไขเพื่อให้ กนง.เป็นอิสระและโปร่งใสยิ่งขึ้น
“สิ่งที่ผมอยากเห็น คือ 1.เลิกประเพณีนั่งสองบอร์ดได้แล้ว คนที่เป็นกรรมการ ธปท. ไม่ควรจะมานั่งเป็นกรรมการ กนง.
2.คนที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ กนง. ต้องเลิกฝักใฝ่ทางการเมือง ต้องมีความรอบรู้ในเรื่องเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นอิสระจากการเมือง
3.อายุของบอร์ด ผมเห็นบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเข้ามานั่งในบอร์ด ธปท. มีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ยังมีคนหนุ่มสาวที่มีอายุไม่ถึง 60 ปี หากมีความสามารถก็ตั้งมาเป็นบอร์ดได้ คนรุ่นใหม่จะมีข้อดี คือ รู้จักนวัตกรรมการเงินใหม่ๆ ติดตามตลาดได้รวดเร็ว
ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นมาก การค้าขายทำกัน 24 ชั่วโมง การตัดสินใจต้องรวดเร็วฉับไวและถูกต้อง การใช้คนรุ่นใหม่ผสมกับคนรุ่นเก่าจะได้ทั้งความใหม่และความรอบคอบของคนรุ่นเก่า” พรายพล กล่าว
หากรัฐบาลยังคงใช้นโยบายประชานิยมแบบสุดโต่งอย่างทุกวันนี้ ยิ่งทำให้บทบาทของ ธปท.เด่นชัดขึ้นในด้านการรักษาเสถียรภาพ รัฐบาลเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งให้ประชาชนใช้จ่ายเกินตัว ไม่ใส่ใจที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต กระตุ้นให้ประชาชนทำมาหากินอย่างเข้มแข็ง โครงการจำนำข้าวก็ทำลายประสิทธิภาพการผลิตข้าวของประเทศ เน้นแต่ปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพ
นโยบายรถคันแรกก็ไปสร้างหนี้ครัวเรือนโดยไม่จำเป็น แทนที่จะพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะให้ดี ทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่ม คนไม่มีเงินมาใช้จ่าย การบริโภคจึงหดตัวลง นี่เป็นความผิดพลาดมากกว่าจะเป็นผลงาน
“หากรัฐบาลยังใช้นโยบายการคลังเช่นนี้ และถ้า ธปท.ใช้นโยบายไปในทางที่รัฐบาลต้องการทั้งหมด คิดดูว่าป่านนี้เศรษฐกิจไทยจะเป็นยังไงบ้าง” อดีตบอร์ด กนง. กล่าวทิ้งท้าย







