
แห่ปลูกข้าวอินทรีย์หนีจำนำ
เนเจอร์ฟู้ดได้ผลผลิตเพิ่มกว่า30ตันพัฒนาสินค้าใหม่เจาะตลาดสุขภาพ
เนเจอร์ฟู้ดได้ผลผลิตเพิ่มกว่า30ตันพัฒนาสินค้าใหม่เจาะตลาดสุขภาพ
“เนเจอร์ฟู้ด” ชี้ชาวนาหันปลูกข้าวหอมอินทรีย์เพิ่มขึ้น หนีนโยบายโครงการรับจำนำข้าว
นายมานพ แก้วโกย ผู้บริหารห้างหุ้นส่วนจำกัด เนเจอร์ฟู้ดโปรดักส์แอนด์มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ข้าวบรรจุถุงอินทรีย์ (ออร์แกนิก) ภายใต้แบรนด์ เนเจอร์ฟู้ด (NatureFood) เปิดเผยว่า ในขณะนี้มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือชาวนาในชุมชนใกล้เคียงหมู่บ้านแคนบน จ.สุรินทร์ มีความสนใจเข้าร่วมโครงการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์เพิ่มขึ้น 45 ครัวเรือน จากก่อนหน้านี้ในชุมชนดังกล่าวมีชาวนาร่วมปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์กว่า 10 ครัวเรือน
สำหรับแนวโน้มที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความสนใจของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในปัจจุบันที่หันมาพึ่งพาตนเองมากขึ้น ด้วยการพัฒนาคุณภาพข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวในการขาย หรือการทำตลาด ปัจจุบันข้าวหอมมะลิอินทรีย์มีราคากลางประจำ จ.สุรินทร์ รับซื้ออยู่ที่ 18 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนข้าวธรรมดามีราคากลางรับซื้ออยู่ที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม
“แนวโน้มปลูกข้าวอินทรีย์ดังกล่าว เริ่มขยายตัวมากขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากการที่ชาวนาส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ซึ่งชาวนาในชุมชนใกล้เคียงเริ่มสนใจปลูกข้าวปลอดสารพิษเพื่อทำตลาดก่อนพัฒนาไปสู่ข้าวอินทรีย์ในอนาคต ซึ่งใช้ต้นทุนการผลิตกว่า 4,000 บาทต่อไร่ ต่ำกว่าการปลูกข้าวทั่วไป” นายมานพ กล่าว
ทั้งนี้ การที่มีกลุ่มชาวนาสนใจเข้าร่วมปลูกข้าวอินทรีย์เพิ่มขึ้น ทำให้ปัจจุบันโครงการของเนเจอร์ฟู้ดมีผลผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ในปีที่ 2 มากกว่า 32 ตัน จากพื้นที่เพาะปลูกทั้งในและนอกชุมชนรวมกันราว 150 ไร่ ซึ่งถือว่ามีผลผลิตมากกว่าในปีแรกอยู่ที่ 16 ตันต่อ 50 ไร่ และคาดว่าในอนาคตการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์จะยังมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในชุมชนอื่นๆ หากได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายมานพ กล่าวว่า ในเดือน พ.ค.ปีนี้ เนเจอร์ฟู้ดมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ คือ ข้าวออร์แกนิก “ข้าวหุ่นเพรียว” ออกมาทำตลาดเพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ คือผู้ที่สนใจดูสุขภาพและรูปร่างโดยเฉพาะ วางจำหน่ายราคา 150 บาทต่อ 500 กรัม







