
ASPเฟ้น6บริษัทกำไรพุ่ง
ขายดีมาร์จิ้นโตรายการพิเศษหนุนเจพีฯแชมป์เก็บหุ้นไทย6พันล้าน
ขายดีมาร์จิ้นโตรายการพิเศษหนุนเจพีฯแชมป์เก็บหุ้นไทย6พันล้าน
ASP เปิด 6 หุ้นเด่นกำไรโตกระโดด ส่วนเจพีมอร์แกน ช็อปหุ้นไทยมากสุด
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) ออกวิเคราะห์ผลการศึกษาเรื่องผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในงวดไตรมาสแรก ปี 2557 พบว่า มีหลายอุตสาหกรรมที่มีกำไรเติบโตโดดเด่น เช่น ธุรกิจอาหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ (CPF) จะมีกำไรสุทธิ 2,600 ล้านบาท เติบโตถึง 48% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 153% เทียบกับงวดเดียวกันของปี มาจากราคาขายและมาร์จิ้นของผลิตภัณฑ์สัตว์บกที่สูงขึ้น กำไรจากธุรกิจต่างประเทศส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน
บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 979 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน และ 45% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกับปีที่ผ่านมาจากทุกธุรกิจที่กลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะกุ้ง ทูน่า และอาหารสัตว์เลี้ยง
ทั้งนี้ กลุ่มประกันภัย บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1,020 ล้านบาท เติบโต 12.8% และ 10.7% จากเงินปันผลที่บริษัทลงทุนในบริษัทจดทะเบียน
ขณะที่กลุ่มวัสดุก่อสร้าง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) คาดว่ากำไรสุทธิที่ 9,449 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 7% จากการเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจปิโตรเคมีที่อยู่ในวัฏจักรขาขึ้น
บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 201 ล้านบาท จากขาดทุนในงวดก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นที่ดีขึ้น บวกกับมีกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 80120 ล้านบาท ส่วนบริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) น่าจะมีกำไรสุทธิ 304 ล้านบาท ฟื้นตัวจากงวดไตรมาส 4 ที่มีขาดทุนสุทธิ 78 ล้านบาท จากยอดขาย และยังมีกำไรจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากหนี้ต่างประเทศอีกประมาณ 20 ล้านบาท
สำหรับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ไรมอน แลนด์ (RML) จะได้แรงหนุนจากคอนโด 185 ราชดำริ น่าจะโอนได้เร็วกว่าคาด บวกกับโครงการ The River ที่ทยอยโอนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หนุนกำไรไตรมาสแรก จำนวน 264 ล้านบาท เพิ่ม 28% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 86% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) จะโดดเด่นมีกำไร 549 ล้านบาท เพิ่มจาก 75 ล้านบาท จากงวดไตรมาส 4 ปีก่อน และ 131 ล้านบาทในงวดแรกของปีก่อนหน้า เพราะมียอดโอนพร้อมบันทึกรายได้จากการขายที่ดินมากกว่า 400 ไร่
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทที่โดดเด่น ได้แก่ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 26.6% และ 14.1% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้น สูงขึ้นเป็น 26.5% จาก 24.8% ในงวดก่อนหน้า และที่สำคัญไม่มีการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือจำนวนมากเช่นเดียวกับงวดไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 อีกทั้งยังได้รับปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทอ่อนลงต่อเนื่อง 2.8% จากไตรมาสก่อนหน้า
ด้านตลาดหุ้นไทย นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 24 เม.ย. 2557 นักลงทุนต่างชาติยังมียอดขายสุทธิเพียง 7,420 ล้านบาท แต่หากนับตั้งแต่แรงซื้อทะลักเข้ามา วันที่ 4 มี.ค.-24 เม.ย. มียอดซื้อสุทธิ 2.76 หมื่นล้านบาท คำสั่งซื้อผ่าน บล.เจพีมอร์แกน ซื้อสุทธิมากสุด จำนวน 6,226 ล้านบาท ตามด้วย ซีแอลเอสเอ ซื้อสุทธิ 4,476 ล้านบาท เครดิตสวิส ซื้อสุทธิ 5,051 ล้านบาท บล.ภัทร ซื้อสุทธิ 6,385 ล้านบาท บล.บัวหลวง ซื้อสุทธิ 2,685 ล้านบาท ขณะที่ ยูบีเอส ขายสุทธิ 5,619 ล้านบาท และ ASP ขายสุทธิ 7,319 ล้านบาท







