
ระวัง! Heartbleed
สร้างความตกใจกันไปทั่วโลก สำหรับการรั่วไหลของข้อมูลบนโลกออนไลน์จากบั๊กที่มีชื่อว่า Heartbleed หรือ ฮาร์ตบลีด ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าถึงข้อมูล หรือรหัสในการทำธุรกรรมออนไลน์ได้ตั้งแต่ธนาคาร อีเมล ไปถึงเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งจากรายงานที่ทั่วโลกได้ประกาศมานั้น บั๊กตัวนี้ใช้ช่องโหว่จากการเข้ารหัสของโปรแกรม open source ที่มีชื่อว่า OpenSSL ซึ่งเว็บไซต์ชั้นนำหลายแห่งของโลกใช้งานอยู่
สร้างความตกใจกันไปทั่วโลก สำหรับการรั่วไหลของข้อมูลบนโลกออนไลน์จากบั๊กที่มีชื่อว่า Heartbleed หรือ ฮาร์ตบลีด ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าถึงข้อมูล หรือรหัสในการทำธุรกรรมออนไลน์ได้ตั้งแต่ธนาคาร อีเมล ไปถึงเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งจากรายงานที่ทั่วโลกได้ประกาศมานั้น บั๊กตัวนี้ใช้ช่องโหว่จากการเข้ารหัสของโปรแกรม open source ที่มีชื่อว่า OpenSSL ซึ่งเว็บไซต์ชั้นนำหลายแห่งของโลกใช้งานอยู่
อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องตกใจจนเกินไป เพราะว่าเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ หลายแห่ง ได้ออกมายืนยันแล้วว่าได้ทำการอัพเกรดและปิดช่องโหว่ดังกล่าวไปแล้ว ดังนั้นผู้ใช้งานควรที่จะเข้าไปเปลี่ยนรหัสการเข้าใช้งานโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น ซึ่งจะว่าไปก็เป็นสิ่งที่ดีที่ควรจะทำทุกๆ 23 เดือน
การที่ทั้งโลกตื่นตัวเรื่องนี้กันมาก สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนเริ่มหันมาสนใจเรื่องของความเป็นส่วนตัวและอันตรายจากผู้ไม่ประสงค์ดีที่จ้องจะขโมยข้อมูลออนไลน์ได้ ซึ่งผู้บริโภคเองต้องคอยระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
เมื่อคุณป้องกันตัวเองจากฮาร์ตบลีด ซึ่งเป็นบั๊กที่เกิดจากช่องโหว่ของเว็บไซต์ได้แล้ว ต้องอย่าลืมที่จะอุดช่องโหว่ในเครื่องของคุณเองด้วย เพราะว่ายังมีอันตรายอื่นๆ ที่จ้องจะเข้าถึงและขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานทั่วโลกอยู่อีกมากมาย เช่น มัลแวร์ โทรจัน สปายแวร์ หรือ ไวรัส สามารถเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้หลายช่องทาง
แต่จากการวิจัยล่าสุดของ ไอดีซี พบว่าช่องทางที่มีอัตราของการแพร่มัลแวร์สูงสุดคือการที่ผู้ใช้ติดตั้งหรือดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อนมาใช้งาน เพราะว่าระบบรักษาความปลอดภัยในโปรแกรมเหล่านั้นจะถูกปิด และทำให้ไม่สามารถทำการตรวจจับมัลแวร์ได้ ต่างจากซอฟต์แวร์ของแท้ที่สามารถตรวจจับและกำจัด ไวรัส สปายแวร์ และมัลแวร์ได้ทันที ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเป็นกังวลถึงความปลอดภัย หรือการที่ข้อมูลส่วนตัวจะถูกขโมยได้
ทุกวันนี้เราเลี่ยงการใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ได้ แต่เราสามารถที่จะใช้งานด้วยความความมั่นใจได้สูงสุดโดยหมั่นเปลี่ยนรหัสในการทำธุรกรรมออนไลน์อยู่เสมอ พร้อมกับป้องกันภัยจากการใช้งานด้วยตัวเองเมื่อเห็นแล้วว่าเว็บไซต์ต่างๆ มีการลงทุนเพื่อปิดช่องโหว่ของระบบแล้ว ผู้ใช้งานเองก็ต้องไม่ลืมที่จะปิดช่องโหว่ในเครื่องที่ใช้งานของตนเองด้วยเช่นกัน โดยหลีกเลี่ยงการใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อน ซึ่งนับเป็นเครื่องมือในการกระจายมัลแวร์และขโมยข้อมูลของผู้ใช้งานที่อันตรายอย่างยิ่ง ดังนั้นผู้ใช้งานจึงควรเปิดให้เครื่องอัพเดทโปรแกรมตรวจจับมัลแวร์ต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดนั่นเอง







