posttoday
พลิกโอกาสรับผลตอบแทนหุ้นไทย

พลิกโอกาสรับผลตอบแทนหุ้นไทย

24 เมษายน 2557

โอกาสการสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นไทย บริษัทมีมุมมองการปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทย ด้วยปัจจัยภาวะเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งปัจจุบัน SET Index ได้สะท้อนการขยายตัวที่จุดต่ำของภาวะเศรษฐกิจ และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไปแล้ว หากสถานการณ์การเมืองไม่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น บริษัทเชื่อมั่นว่าจะเป็นขาขึ้นของเศรษฐกิจในประเทศต่อจากนี้ แต่การฟื้นตัวจะช้าหรือเร็ว คงอยู่ที่ปัจจัยการเมืองเป็นหลักเช่นกัน โดยปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินการเติบโตของจีดีพีปี 2557 อยู่ที่ประมาณ 2.7% และปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 4.8%

โอกาสการสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นไทย บริษัทมีมุมมองการปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทย ด้วยปัจจัยภาวะเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งปัจจุบัน SET Index ได้สะท้อนการขยายตัวที่จุดต่ำของภาวะเศรษฐกิจ และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไปแล้ว หากสถานการณ์การเมืองไม่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น บริษัทเชื่อมั่นว่าจะเป็นขาขึ้นของเศรษฐกิจในประเทศต่อจากนี้ แต่การฟื้นตัวจะช้าหรือเร็ว คงอยู่ที่ปัจจัยการเมืองเป็นหลักเช่นกัน โดยปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินการเติบโตของจีดีพีปี 2557 อยู่ที่ประมาณ 2.7% และปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 4.8%

สำหรับปัจจัยในประเทศ คงหลีกหนีไม่พ้นปัจจัยการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดเดาผลลัพธ์ได้ยาก อย่างไรก็ดี หากการเมืองเริ่มมีทางออกที่ชัดเจน ไม่ว่าผลลัพธ์สถานการณ์การเมืองจะออกมาในลักษณะใด เช่น หากมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ และจัดตั้งรัฐบาลที่จะมาปฏิรูปประเทศและดำเนินนโยบายต่างๆ จะส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจปรับตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ จะส่งผลให้ SET Index จะปรับตัวขึ้น หรือหากผลลัพธ์ออกมาในทิศทางที่ส่งผลให้ SET Index ปรับตัวลดลง คือ การเมืองจบไม่ดี ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีให้เข้าลงทุนในหุ้นที่ราคาต่ำ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทย แต่การปรับตัวขึ้นหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะหลังจะใช้เวลานานกว่า

ในส่วนของปัจจัยเศรษฐกิจในต่างประเทศ ยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สนับสนุนให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสสร้างผลตอบแทน เนื่องจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สหรัฐ ที่ตัวเลขการจ้างงานและความมั่นใจผู้บริโภคอยู่ในระดับดี ด้านเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนมากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขพีเอ็มไอที่ยังคงปรับตัวดีขึ้น และอยู่ในระดับสูงกว่า 50 ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนมุมมองเศรษฐกิจขยายตัว ด้านญี่ปุ่น นโยบายการเงินผ่อนคลายผลักดันให้เงินเฟ้อสูงกว่า 1% ได้สำเร็จ และคาดการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จาก 5% เป็น 8% และค่าเงินเยนผันผวนจะส่งผลลบในไตรมาส 2

อย่างไรก็ตาม คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มหากตัวเลขเศรษฐกิจได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เมื่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมดีขึ้น และนำไปสู่แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นทั่วโลก อาจเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น คาดว่าเป็นภาวะกดดันในระยะสั้น ในที่สุดเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น จะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นได้

สำหรับภาวะเศรษฐกิจจีนมีสัญญาณชะลอตัวลงในไตรมาส 1 เห็นได้จากราคาภาคอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลงจากนโยบายของรัฐบาล โดยบริษัทประเมินว่าเศรษฐกิจจีนยังไม่ได้เข้าสู่ภาวการณ์เศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก (Hard Landing) เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลาในการรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ตลาดคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีนโยบายการเงินหรือการคลังเพื่อพยุงเศรษฐกิจ

จากปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้บริษัทเชื่อมั่นในโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะ ในภาวะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง ถึงแม้ว่าจะยังไม่เห็น ผลตอบแทนที่ดีในระยะสั้น เนื่องจากความไม่แน่นอนของปัจจัยทางการเมืองเพียงปัจจัยเดียว แต่หากพิจารณาความแข็งแกร่งภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังปัจจัยการเมือง กลับเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยในระยะยาว

ดังนั้น หากผู้ลงทุนสนใจลงทุนในตลาดหุ้นไทย บริษัทแนะนำให้ผู้ลงทุนถือลงทุนในระยะยาวประมาณ 1-2 ปี ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อาทิ พลังงาน และปิโตรเคมี

ทั้งนี้ หากการเมืองคลี่คลาย ปัจจัยเศรษฐกิจภายในปรับตัวดีขึ้น กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ธนาคาร สื่อสาร และอสังหาริมทรัพย์ หรือเลือกลงทุนในกองทุนรวม วันที่ 28 เม.ย.–9 พ.ค.นี้ ทาง บลจ.แอสเซท พลัส จะเปิดขายกองทุนเปิดแอสเซทพลัสหุ้นไทย (ASPTHEQ) เป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่เปิดซื้อขายทุกวันกองทุน มีการบริหารเชิงรุก (Active Management) จับจังหวะลงทุนในหุ้นไทย โดยผู้จัดการกองทุนใช้การบริหารแบบปรับสัดส่วนระหว่างเงินสดและการลงทุนในหุ้น (CashEquity Switching) การปรับเปลี่ยนการลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ และกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้น เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ตลาดมีความผันผวนสูง และให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกองทุน โดยมีกระจายการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานและมีศักยภาพที่ดี

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ Asset Plus Call Center 02-672-1111

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี