posttoday
ไฟฟ้าได้ดีเอฟทีขึ้น

ไฟฟ้าได้ดีเอฟทีขึ้น

24 เมษายน 2557

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต แนะนำ “ซื้อ” กลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก เพราะคาดว่าจะได้ดีจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ช่วงเดือน พ.ค.ส.ค. อีกหน่วยละ 510 สตางค์ ที่จะหนุนผลการดำเนินงานหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า อย่างบริษัท เอสพีซีจี (SPCG) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) บริษัท เดมโก้ (DEMCO) และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) และบริษัท น้ำตาลครบุรี (KBS)

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต แนะนำ “ซื้อ” กลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก เพราะคาดว่าจะได้ดีจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ช่วงเดือน พ.ค.ส.ค. อีกหน่วยละ 510 สตางค์ ที่จะหนุนผลการดำเนินงานหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า อย่างบริษัท เอสพีซีจี (SPCG) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) บริษัท เดมโก้ (DEMCO) และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) และบริษัท น้ำตาลครบุรี (KBS)

KBS เป็นหุ้นที่ บล.ธนชาต ชอบที่สุดในกลุ่มอาหารและแนะนำให้ซื้อมีเป้าหมายพื้นฐานที่ 14.20 บาท เนื่องมาจาก

ประการแรก คาดกำไรกลับมาเติบโตดี 1026% ในปี 2557-2559 จากธุรกิจน้ำตาล โรงไฟฟ้าและเอทานอล

ประการที่สอง ธุรกิจโรงไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์ จะเริ่มผลิตไฟฟ้าตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้ ทำให้กำไร KBS มีคุณภาพมากขึ้น

ประการที่สาม ธุรกิจเอทานอลจะเป็นตัวเร่งกำไรตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป

ประการที่สี่ มูลค่าที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 9.58.2 เท่า ในปี 2557-2558 ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 10 เท่า และให้อัตราผลตอบแทนปันผล 5.26.1%

KBS อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงไปสู่บริษัทผลิตน้ำตาลแบบครบวงจรและพร้อมที่จะขยายการผลิตในอนาคต และกำลังอยู่ในวงจรเติบโตรอบใหม่เริ่มจากธุรกิจโรงไฟฟ้าในไตรมาส 2 ปี 2557 และโรงงานเอทานอลในปี 2559 อีกทั้งยังมีปัจจัยการขยายกำลังการผลิตน้ำตาลเพิ่มอีก 45% ที่ยังไม่รวมในประมาณการ

ทั้งนี้ คาดว่าปี 2558 ราคาน้ำตาลจะเป็นขาขึ้นทำให้ฐานกำไรบริษัทใหญ่ขึ้น ทำให้อัตรากำไรสูงขึ้นมีความเสี่ยงที่ลดลงจากการผลิตครบวงจร

ด้าน GUNKUL แนะนำเพียงถือและลดมูลค่าพื้นฐานจาก 17 บาท เหลือ 13 บาท โดยมีการ ออกหุ้นเพิ่มขึ้น 220 ล้านหุ้น เพื่อให้พอกับการจ่ายปันผลที่อัตราส่วน 3 หุ้นเก่าต่อ 1 หุ้นใหม่ นอกจากนี้ยังมีการจ่ายเงินสดปันผลอีก 0.038 บาท

บล.ธนชาต ปรับลดกำไรต่อหุ้นลงสะท้อนจำนวนหุ้นใหม่ทั้งหมด 880 ล้านหุ้น ทั้งนี้ราคาหุ้นขึ้นตั้งแต่ต้นปีกว่า 66% โดยปัจจุบันซื้อขายที่ 2-3 เท่าของกำไรปี 2557 และมีอัตราเติบโตกำไรเฉลี่ย 3 ปี ที่ 64% เทียบ SPCG ที่เป็นหุ้นแนะนำที่ซื้อขายเพียงพี/อี 14 เท่าของกำไรและมีอัตราการเติบโตที่ 71% และ EA ที่ซื้อขายในระดับ 30 เท่ากับอัตราการเติบโตที่ 167% GUNKUL ซื้อขายที่ระดับใกล้เคียงกับราคาพื้นฐานแล้ว

ทั้งนี้ คาดว่าไตรมาสแรกปีนี้ GUNKUL จะมีกำไรที่โดดเด่น 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 260% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 15% จากไตรมาส 4 ปี 2556 จากผลงานที่ดีขึ้นจากธุรกิจก่อสร้างและจากธุรกิจใหม่พลังงาน แสงอาทิตย์บนหลังคาและงานในมือ (โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ส่วน 3BCP) ประกอบกับรายได้จากการซื้อขายจากพม่าที่หายไปในปี 2556

บล.ธนชาต คาดจะเห็นกำไรเพิ่มต่อเนื่องในไตรมาส 2 ปี 2557 จากการบันทึกกำไรย้อนหลังของโครงการก๊าซในพม่าที่บริษัทรอมานานในการที่จะรับรู้รายได้กว่า 50% สำหรับโครงการก๊าซในพม่า แม้ว่ารายได้โครงการส่วนที่ 1 เสร็จไปตั้งแต่กลางปี 2556 และได้ COD ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556 หลังได้สัญญาซื้อขายไฟจากรัฐบาลพม่า แต่บริษัทยังไม่รับรู้รายได้และกำไรจากส่วนนี้

GUNKUL ได้อ้างถึงการติดตั้งและโอนทรัพย์สินที่นานกว่าปกติเทียบกับที่บริษัทและพันธมิตรท้องถิ่นได้คาดหวังไว้ ณ ปัจจุบัน GUNKUL คาดหวังกระบวนการนี้จะเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2557

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม