posttoday
สผ.ทุ่ม3.2หมื่นล้าน

สผ.ทุ่ม3.2หมื่นล้าน

24 เมษายน 2557

กวาดหุ้นกลุ่มเฮสส์ได้แหล่งก๊าซในไทยเพิ่มรายได้ทันทีและฐานลงทุนแกร่ง

กวาดหุ้นกลุ่มเฮสส์ได้แหล่งก๊าซในไทยเพิ่มรายได้ทันทีและฐานลงทุนแกร่ง

ปตท.สผ.ทุ่ม 3.2 หมื่นล้าน ซื้อหุ้นเครือเฮสสในประเทศไทย เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านฐานการผลิตในไทย

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัทย่อยของ ปตท.สผ. 2 แห่ง ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นเพื่อเข้าซื้อบริษัทในเครือของบริษัท เฮสส์ คอร์ปอเรชั่น (Hess Corporation) ในประเทศไทย ซึ่งได้แก่ บริษัท Hess Thailand Holdings II Limited (HTH) และบริษัท Hess Exploration Thailand Company Limited (HETCL) ในสัดส่วน 100% มูลค่าการซื้อขายประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทจะชำระด้วยเงินสด และเพิ่มอัตราการผลิตปิโตรเลียมอีกประมาณ 1.7 หมื่นบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

ทั้งนี้ HTH และ HETCL ได้ถือสิทธิโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย คือ แปลง B12/27 (ซึ่งมีพื้นที่หลักครอบคลุมแหล่งไพลิน แหล่งมรกต และแหล่งอุบล) และแปลง G7/50 ของโครงการคอนแทร็ค 4 ในสัดส่วน 15% แปลง EU1 และแปลง E5 Northของโครงการสินภูฮ่อม ในสัดส่วน 35% การซื้อ HTH เสร็จสิ้นในวันที่ 22 เม.ย. 2557 ส่วน HETCL จะเสร็จภายในเดือน พ.ค. 2557

“การเข้าซื้อสัดส่วนในโครงการคอนแทร็ค 4 และโครงการสินภูฮ่อมนี้ เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การเติบโตของ ปตท.สผ. ที่เน้นการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมซึ่งอยู่ในขั้นตอนการผลิต สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตและปริมาณสำรองปิโตรเลียมให้กับบริษัทได้ทันที และยังเป็นการเสริมสร้างฐานการลงทุนในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกด้วย” นายเทวินทร์ กล่าว

ด้าน น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและบัญชีองค์กร PTTEP กล่าวว่า การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้มีการเจรจากันมานานแล้ว และทางเฮสส์มีความต้องการขายการลงทุนที่อยู่นอกประเทศตัวเองอยู่แล้ว ขณะที่ PTTEP เองมีความต้องการที่จะลงทุนในแปลงสำรวจที่ดำเนินการอยู่แล้วและอยู่ในประเทศเพื่อเพิ่มปริมาณสำรองและเพิ่มกำลังการผลิตปิโตรเลียมให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงถือว่าเป็นดีลที่ลงตัวและมีความเหมาะสม

สำหรับเงินทุนในการซื้อนั้นมีพร้อมแล้ว และบริษัทเองมีความระมัดระวังในการลงทุนมาตลอดและมีนโยบายชัดเจนที่จะให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 0.5 เท่า ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 0.34-0.35 เท่า ยังมีความสามารถและมีความยืดหยุ่นหากบริษัทมีจังหวะและโอกาสในการเข้าซื้อกิจการอีก

“ตามเป้าหมายในปี 2563 จะมีกำลังผลิต 6 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ซึ่งขณะนี้จากการพิจารณาแหล่งที่มีอยู่ทั้งในและต่างประเทศก็จะพบว่าจะขาดอีกประมาณ 1.52 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ที่บริษัทจะต้องหาเพิ่มด้วยการเข้าซื้อกิจการจากจากแหล่งต่างๆ” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว

ด้านโครงการคอนแทร็ค 4 เป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย นอกชายฝั่ง จ.สงขลา ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 3,118 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันมีอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 387 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และอัตราการผลิตคอนเดนเสทประมาณ 17,528 บาร์เรลต่อวัน มีปริมาณสำรองปิโตรเลียม 2P (Proved และ Probable Reserves) จำนวน 461 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ปัจจุบัน ปตท.สผ.เป็นผู้ร่วมทุนและถือสัดส่วนในโครงการดังกล่าว 45% ภายหลังจากการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ จะถือโครงการคอนแทร็ค 4 เพิ่มขึ้นเป็น 60% โดยบริษัทในเครือ Chevron ยังคงเป็นผู้ดำเนินการโครงการต่อไป

นอกจากนี้ ปตท.สผ.ยังเป็นผู้ร่วมทุนและถือสัดส่วน 20% และจะเพิ่มเป็น 55% ในโครงการสินภูฮ่อมตั้งอยู่ใน จ.อุดรธานี และ จ.ขอนแก่น ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 231.6 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันมีอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 113 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และอัตราการผลิตคอนเดนเสทประมาณ 496 บาร์เรลต่อวัน มีปริมาณสำรองปิโตรเลียม 2P จำนวน 45 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี