posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

23 เมษายน 2557

ซูเปอร์บอร์ดประเมิน กสทช.

ซูเปอร์บอร์ดประเมิน กสทช.

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กสทช. ครั้งที่ 4/2557 วันที่ 23 เม.ย.นี้ มีวาระน่าจับตา ได้แก่ รายงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี 2556 ของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด ที่ต้องแจ้งผลให้ กสทช.ทราบภายใน 90 วันนับตั้งแต่สิ้นปีบัญชี

สำหรับวาระอื่นๆ ได้แก่ วาระนโยบายและแผนยุทธศาสตร์กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ พ.ศ. 2557-2559 และส่วนการพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล ยังไม่มีการนำเข้าประชุมในวันที่ 24 เม.ย.นี้

กรมเจ้าท่าพร้อมรับเหตุเรือล่ม

นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ได้นำกรณีศึกษาเรือเฟอร์รีล่มที่เกาหลีใต้ มาเตรียมความพร้อมการเผชิญเหตุ เพื่อหามาตรการรับมือกับภาวะวิกฤตด้านความปลอดภัย โดยมี 2 แนวทางในการปฏิบัติ 1.การเฝ้าระวังป้องกันเหตุ โดยกรมเจ้าท่า ได้วางมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยในเหตุการณ์ปกติและช่วงเทศกาลต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยกำหนดให้สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ สำนักมาตรฐานเรือ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคเขตและสาขา บูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสภาพท่าเทียบเรือ อุปกรณ์ประจำเรือ และการอบรมให้ความรู้แก่ผู้ทำการในเรือ รวมทั้งติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ตลอดลำน้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบ

2.กรณีเกิดเหตุ กรมเจ้าท่าได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการค้นหาและช่วยเหลือเรือที่ประสบภัย ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วย การค้นหาและช่วยเหลือทางทะเล โดยปัจจุบันกรมเจ้าท่ามีเรือตรวจการณ์ทางทะเลจำนวน 7 ลำ ประจำฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน

กรมเจ้าท่า จัดแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมการเผชิญเหตุ และภาวะวิกฤตด้านความปลอดภัย กรณีศึกษา เรือเฟอร์รี่ล่มที่เกาหลีใต้ โดยมีนายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า รองอธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมผู้บริหารร่วมแถลงข่าว ในวันอังคารที่ 22 เมษายน 2557 เวลา 13.00 น. ณ ห้องศรี พระยา ชั้นดาดฟ้า อาคาร 2 กรมเจ้าท่า

กรมเจ้าท่า ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่กำกับ ดูแลความปลอดภัยได้นำเหตุการณ์เรือเกาหลีใต้ล่มที่เกิดขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา เพื่อหามาตรการเตรียมความพร้อมการเผชิญเหตุ และภาวะวิกฤตด้านความปลอดภัย โดยนายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า ได้กล่าวถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมฯ ว่า “กรมเจ้าท่า มีแนวทางในการปฏิบัติ 2 ประการ คือ

1. การเฝ้าระวังป้องกันเหตุ กรมเจ้าท่า ได้วางมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยในเหตุการณ์ปกติและช่วงเทศกาลต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ดำเนินโครงการท่าเรือปลอดภัย เรือปลอดภัย คนปลอดภัย กำหนดให้สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ สำนักมาตรฐานเรือ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคเขตและสาขา บูรณาการร่วมกันในการตรวจสภาพท่าเทียบเรือ อุปกรณ์ประจำเรือ และการอบรมให้ความรู้แก่ผู้ทำการในเรือ นอกจากนี้ มี การติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ) ตลอดลำน้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบ ,ระบบควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล (VTMIS ) จัดระเบียบการจราจรทางน้ำในเขตท่าเรือต่างๆ ,ศูนย์ความปลอดภัยทางน้ำ สายด่วน 1199 ตลอด 24 ชั่วโมง และจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเทียบเรือโดยสาร คอยสอดส่อง กำกับ ดูแลเพื่อระวังภัยและป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นกับผู้โดยสารทางน้ำ

2. กรณีเกิดเหตุ กรมเจ้าท่า ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการค้นหาและช่วยเหลือเรือที่ประสบภัย ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วย การค้นหาและช่วยเหลือทางทะเล (International Convention on Maritime Search and Rescue) โดยทำหน้าที่แปลอนุสัญญาฯ พิจารณาพันธกรณีและแนวทางการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ , การเข้าร่วมฝึกซ้อม SAREX เป็นประจำทุกปี และเป็นเจ้าภาพในการจัดทำแผนการฝึกซ้อมทดสอบระบบสื่อสาร การฝึก TableTop Exercise การฝึก Field Exercise การสาธิตต่างๆ การฝึกอบรม และการประชาสัมพันธ์ , การพัฒนาเรือตรวจการณ์ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการบังคับใช้กฎหมายของกรมเจ้าท่า ให้มีศักยภาพการปฏิบัติงานด้านการค้นหาและช่วยเหลือ ทั้งด้านอุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์การเดินเรือและแผนที่ ปัจจุบันกรมเจ้าท่ามีเรือตรวจการณ์ทางทะเลจำนวน 7 ลำ ประจำฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน , การพัฒนาระบบตรวจการณ์ชายฝั่งเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของเรือในทะเลระยะ 2025 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง เพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยในการเดินเรือ ความมั่นคงปลอดภัยทางทะเล และป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ กรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การทางทะเลระหว่างประเทศที่มีผลประโยชน์สำคัญในด้านการค้าทางทะเล ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการขนส่งทางเรือ โดยได้ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตทางทะเล หรือ อนุสัญญา SOLAS เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2527 และได้มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินเรือทะเล อาทิเช่น พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 และกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรืออีกหลายฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของอนุสัญญาฉบับนี้ ทำให้มาตราฐานของเรือทะเลของประเทศไทยอยู่ในระดับมาตรฐานสากล ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องกันความเสียหาย หรือความสูญเสียของชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือ จากอุบัติภัยทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี