
การกำกับดูแลดาวเทียมสื่อสาร
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2557 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาในเรื่อง “ข้อพิจารณาด้านกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับกิจการให้บริการดาวเทียมสื่อสารของประเทศไทย” เพื่อเป็นการแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อวางกรอบในการกำกับดูแลกิจการดาวเทียมสื่อสาร
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2557 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาในเรื่อง “ข้อพิจารณาด้านกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับกิจการให้บริการดาวเทียมสื่อสารของประเทศไทย” เพื่อเป็นการแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อวางกรอบในการกำกับดูแลกิจการดาวเทียมสื่อสาร
ดาวเทียมสื่อสารแต่ละดวงมีระดับของวงโคจรทั้งสูงและต่ำแตกต่างไปตามภาระหน้าที่ดาวเทียมทางด้านอุตุนิยมวิทยา จะมีวงโคจรอยู่ที่ความสูงประมาณ 1,0002,000 กิโลเมตรจากพื้นโลก ส่วนดาวเทียมด้านการติดต่อสื่อสารจะมีวงโคจรอยู่ที่ความสูงตั้งแต่ 13.9 หมื่นกิโลเมตรจากพื้นโลก
โดยวงโคจรและคลื่นความถี่ที่ดาวเทียมสื่อสารใช้นั้น ถือเป็นทรัพยากรร่วมกันของทุกประเทศ แต่ละประเทศมีสิทธิในการใช้วงโคจรและคลื่นความถี่อย่างเท่าเทียมกันตามที่ธรรมนูญของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ International Telecommunication Union (ITU) กำหนดไว้
ในส่วนของการใช้งานดาวเทียมในกิจการโทรคมนาคมนั้น ในขั้นแรกผู้ประกอบการดาวเทียมต้องได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ตามกฎหมายประกอบกิจการโทรคมนาคม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการดาวเทียมที่ได้รับใบอนุญาตต้องเป็นผู้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งวงโคจรดาวเทียม โดยประสานผ่านกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือกระทรวงไอซีที ในนามรัฐบาลไทย ไปยัง ITU ในจุดนี้เองที่เกิดความเห็นอันแตกต่างออกเป็น 2 แนวทาง
แนวทางแรกเห็นว่า คณะกรรมการ กสทช. ควรเข้ามากำกับดูแลการจัดสรรคลื่นความถี่ดาวเทียมแก่ผู้ประกอบการดาวเทียมที่เป็นผู้รับใบอนุญาต โดยใช้วิธีการประมูลตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 เนื่องจากเป็นการใช้คลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคม ทั้งในอวกาศและภาคพื้นดิน และเพื่อเป็นการเปิดเสรีให้มีผู้ประกอบการดาวเทียมมากกว่าหนึ่งราย
ขณะที่อีกแนวทางหนึ่งเห็นว่า คณะกรรมการ กสทช. มีอำนาจหน้าที่เฉพาะ การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม อันเป็นการใช้คลื่นความถี่โทรคมนาคมภาคพื้นดินที่อยู่ภายในดินแดนอาณาเขตของประเทศไทย
ในส่วนที่ประเทศไทยได้รับสิทธิในวงโคจรดาวเทียมจาก ITU ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 6 ตำแหน่ง แต่การอนุญาตให้ใช้วงโคจรหรือการรักษาตำแหน่งวงโคจร เป็นหน้าที่ของกระทรวงไอซีทีที่จะประสานงานกับ ITU เป็นหลัก
ดังนั้น ในส่วนของวงโคจรและการใช้คลื่นความถี่ในอวกาศ จึงไม่ต้องดำเนินการจัดสรรด้วยวิธีการประมูลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 45 ของกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่
ความไม่ชัดเจนของกฎหมายและมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับขอบเขตในการเข้ากำกับดูแลการประกอบกิจการให้บริการดาวเทียมสื่อสาร ทำให้มีผู้เสนอยกร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการดาวเทียมสื่อสารเป็นการเฉพาะเพื่อให้เกิดความชัดเจนและแก้ปัญหาความไม่แน่นอนในขอบเขตอำนาจของหน่วยงานที่จะเข้ามากำกับดูแล แต่ก็มีขั้นตอนและกระบวนการที่ยุ่งยาก ใช้เวลานาน และอาจไม่ทันสภาพปัญหา
หากมองในมุมนี้ การใช้วิธีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคมที่ใช้บังคับอยู่แล้ว ให้มีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลดาวเทียมสื่อสารในกิจการโทรคมนาคม ก็น่าจะเป็นทางออกที่คล่องตัวและแก้ไขปัญหาในขณะนี้ได้เร็วกว่า
ไม่ว่าองค์กรกำกับดูแลในเรื่องดาวเทียมสื่อสารจะเป็น กสทช. หรือเป็นหน่วยงานใหม่ก็ตาม พึงระลึกอยู่เสมอว่า ในท้ายที่สุดการกำหนดกฎเกณฑ์ที่นำมาใช้ในการดูแลกิจการดาวเทียมสื่อสาร ไม่ควรเป็นกฎเกณฑ์ที่ส่งผลกระทบหรือสร้างภาระให้แก่ประชาชนและผู้บริโภคเหมือนในอดีตที่ผ่านมา







