
ส่องอนาคตเศรษฐกิจไทยส่งออกทางรอดธุรกิจ
โดย รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองที่ยังไร้ทางออก รัฐบาลอยู่ในภาวะสุญญากาศ ท่ามกลางเศรษฐกิจตกต่ำ จากการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อ นักการตลาดและนักวิชาการได้ร่วมกันวิเคราะห์อนาคตเศรษฐกิจไทยทั้งธุรกิจ ค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค มีเดีย และเอสเอ็มอี รวมทั้งแนะหนทางประคองธุรกิจเพื่อความอยู่รอด ในงานประชุมใหญ่ของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย
สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยปีนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพี มีอัตราการเติบโต 2.53% ใกล้เคียงกับการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศในปีที่ผ่านมาเติบโต 2.9% โดยสองกลุ่มธุรกิจที่ขับเคลื่อนให้จีดีพีของประเทศขยายตัว คือ ภาคการส่งออกยังเป็นพระเอก และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัว ปริมาณนักท่องเที่ยวน่าจะแตะ 26 ล้านคน
ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยในปีนี้ ประเมินว่า ภาคการลงทุนเอกชนและอัตราการบริโภคขยายตัวเพียง 23% จากปกติเติบโตอยู่ที่ 56% ส่วนการลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มว่าจะติดลบ เนื่องจากอยู่ในภาวะสุญญากาศ แต่แนวโน้มเศรษฐกิจของไทยมีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังนี้ และเชื่อว่าอย่างน้อยต้องมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายในไตรมาส 4
“การบริโภคในประเทศที่ขยายตัวน้อย ธุรกิจต้องปรับตัวมุ่งขยายตลาดต่างประเทศ อาทิ การเข้าไปเปิดตลาดอาเซียน แต่สินค้าไทยต้องสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบสนองความต้องการตลาดโลก หลังจาก 5 ปีที่ผ่านมา การส่งออกของไทยเติบโตเพียง 5% จากปกติต้องเติบโตถึง 10% เนื่องจากสินค้าไทยไม่ตอบโจทย์ตลาดโลกขณะเดียวกันลดการใช้แรงงานคน เปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรเพื่อลดต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น” สมชาย กล่าว
ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้จัดการ แผนกกิจการสาธารณะ บริษัท เอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้ดำเนินธุรกิจเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้เรียกว่าอยู่ในภาวะรอวันฟื้นไข้ เพราะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีความแข็งแกร่ง แต่การเมืองที่ขาดเสถียรภาพทำให้เศรษฐกิจยังไม่มีทางออกว่าจะฟื้นตัวได้เมื่อไร โดยประเมินว่าอย่างเร็วที่สุดไตรมาส 4 ภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัว การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคจะกลับมาคึกคัก
“เศรษฐกิจของไทยปีนี้อาจจะขับเคลื่อนช้า เหมือนฟื้นไข้ ได้พักผ่อน รักษาโรค และรู้ว่าต่อไปต้องป้องกันอย่างไร เพื่อที่จะกลับมาแข็งแกร่ง ในส่วนธุรกิจค้าปลีก ปีนี้ต้องยอมรับว่าเหนื่อย” แต่ถือว่าไปได้ด้วยดี ผู้บริโภคยังมีกำลังการซื้อที่ดีอยู่ แต่การเมืองมีผลต่ออารมณ์การจับจ่ายใช้สอยชะลอตัวลงมากกว่า ชาคริต กล่าว
ชนิต สุวรรณพรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกาแฟกระป๋องสำเร็จรูป วี สลิม กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคปีนี้ยากลำบากมากจากเศรษฐกิจซบเซา การค้าขายฝืดเคือง ผู้ประกอบการต้องประคองธุรกิจตลอดทั้งปี ต้องควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งงบการตลาด โฆษณาประชาสัมพันธ์ ถูกตัดทิ้งทั้งหมด และโยกงบส่วนใหญ่ทำโปรโมชั่นที่ต้องแปรผันมาเป็นยอดขายให้ได้ด้วย
ในปีนี้มีโอกาสที่ธุรกิจเอสเอ็มอีสายป่านไม่ยาวมากพอ จะล้มหายตายจากไปพอสมควร ทางรอดที่จะช่วยพยุงธุรกิจต้องมุ่งการส่งออกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายตลาดอาเซียน นำสินค้าจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อปูทางสู่การส่งออก
ด้าน มนตรี ศิริชู ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและสร้างสรรค์ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอลมีเดีย กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจอุตสาหกรรมโฆษณามูลค่า 1 แสนล้านบาท อยู่ในภาวะทรงตัว โดยมีปัจจัยมาจากการเกิดทีวีดิจิทัล ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการใช้งบโฆษณา และใช้งบเพียงรักษาพื้นที่โฆษณาทางฟรีทีวีเท่านั้น ขณะที่ปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยกระทบต่อการใช้งบโฆษณาลดลงเป็นเพียงส่วนน้อย
อย่างไรก็ตาม จัดว่าปีนี้เป็นปีแห่งความยากลำบากสำหรับแบรนด์ใหญ่ๆ ที่ต้องใช้งบการตลาดสูง เพื่อรักษาพื้นที่ทางการตลาด ส่วนอนาคตของธุรกิจในไทยจากนี้มองว่าสินค้าต้องแบ่งเซ็กเมนต์ให้ชัดเจนจากไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย ขณะที่ยุคทองของอุตสาหกรรมโฆษณา จะกลับมาเติบโตได้ในปี 2558 จากการที่ทีวีดิจิทัลแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว
แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยจะไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2558 จะกลับมาขยายตัวได้ดีขึ้น เสถียรภาพทางการเมือง จึงถือว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญที่จะชี้อนาคตเศรษฐกิจของประเทศไทย และภายใน 9 เดือนนี้ ผู้ประกอบการต้องประคองธุรกิจและเบนเข็มมุ่งส่งออกเพื่อสร้างรายได้ทดแทนตลาดในประเ







