
รองเท้า"เมด อินกานา"สร้างแบรนด์หรู พิสูจน์ฝีมือ
เฟรด ดีจบี หนุ่มกานารุ่นใหม่ เริ่มคิดเรื่องกิจการทำรองเท้าคุณภาพดี ขณะยืนมองภาพสะท้อนรองเท้าที่ตัวเองเพิ่งจะซื้อมาจากหน้าร้านแห่งหนึ่ง
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
เฟรด ดีจบี หนุ่มกานารุ่นใหม่ เริ่มคิดเรื่องกิจการทำรองเท้าคุณภาพดี ขณะยืนมองภาพสะท้อนรองเท้าที่ตัวเองเพิ่งจะซื้อมาจากหน้าร้านแห่งหนึ่ง พร้อมนึกเล่นๆ ว่า รองเท้าสวยๆ ดีไซน์หรูแบบที่ตนใส่อยู่นี้จะสามารถผลิตขึ้นในกานาได้หรือไม่
แน่นอนว่าเมื่อเอ่ยความคิดนี้ออกไป หลายคนพากันส่ายหน้าและบอกตรงกันว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แน่นอนแทบทุกคน ยกเว้นตัวของดีจบีเอง
แม้จะไม่มีความรู้อย่างแท้จริงเกี่ยวกับตลาดรองเท้า แต่อดีตนักการธนาคารอย่างดีจบีก็เดินหน้าพิสูจน์ว่าสิ่งที่หลายต่อหลายคนคิดเป็นสิ่งที่ผิด ด้วยการตั้งทีมกับเพื่อนสนิทเริ่มกิจการ “ฮีล เดอะ เวิลด์” (Heel The World : HTW) บริษัทผลิตรองเท้าระดับหรูในกรุงอักกรา ประเทศกานา ในปี 2011
ขณะที่ในอีกหนึ่งปีต่อมา ดีจบีก็ลาออกจากงานประจำในธนาคาร เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับบริษัทผลิตรองเท้าตัวเองได้อย่างเต็มที่
“เราเริ่มต้นด้วยการซื้อเครื่องจักรและนำมาติดตั้งไว้ภายในโรงรถของบ้าน” ผู้ประกอบการหนุ่มกล่าว ท่ามกลางพนักงานประจำ 5 คน ที่กำลังก้มหน้าขะมักเขม้นตัดผืนหนังและบรรจงเย็บรองเท้าอย่างประณีต
ทั้งนี้ วัตถุดิบทุกอย่างของ ฮีล เดอะ เวิลด์ ล้วนสั่งนำเข้าจากต่างประเทศอย่างสหรัฐและอิตาลี ก่อนที่บรรดาพนักงานของบริษัทจะจัดการแปรรูปอย่างพิถีพิถันให้เป็นรองเท้าสวยงาม ตามแต่คำสั่งที่ลูกค้าต้องการ ไล่เรียงตั้งแต่รองเท้าหนังหุ้มส้นสไตล์คลาสสิก รองเท้าหนังส้นเตี้ย ไปจนถึงรองเท้าแตะธรรมดาแต่เตะตา
“เราต้องการให้เพื่อนของคนที่ใส่ถามว่าพวกเขาซื้อมันมาจากไหน และได้คำตอบว่าสั่งทำมาจากโรงรถในกรุงอักกรา ในกานา” ดีจบี กล่าว
ขณะนี้กิจการของดีจบีไม่อาจเรียกได้ว่าทำกำไรมหาศาล แต่ก็อยู่ในสถานะที่พอหล่อเลี้ยงบริษัทให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยดิจบีได้เริ่มขยับขยายตลาด โดยอาศัยโลกออนไลน์ด้วยการสร้างเว็บไซต์เป็นหน้าร้านคอยรับคำสั่งผลิตจากทั่วโลก และใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในการช่วยประชาสัมพันธ์โปรโมทสินค้าของฮีล เดอะ เวิลด์
อย่างไรก็ดี อุปสรรคใหญ่ของรองเท้าแบรนด์นี้ คือราคาที่ค่อนข้างสูงคือคู่ละราว 200-400 เหรียญสหรัฐ (ราว 6,400–12,800 บาท) ทำให้ลูกค้าค่อนข้างมีจำกัดไม่เพียงเฉพาะในกานาเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงตลาดในประเทศอื่นๆ ซึ่งเพิ่งจะฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ
“ถือเป็นสุดยอดความท้าทายที่เราต้องเผชิญ โดยเหตุที่ราคาแพงเพราะเรานำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นหลัก” ดีจบี กล่าว ก่อนเสริมอย่างเชื่อมั่นว่าโอกาสขยายตัวเติบโตของฮีล เดอะ เวิลด์ ยังคงมีอยู่
เหตุผลเพราะเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว เศรษฐกิจของกานาเริ่มขยับขยายเติบโตมากขึ้น ปริมาณคนยากจนเริ่มลดน้อยลงและกำลังซื้อเริ่มมีมากขึ้น
“สิ่งที่ต้องทำคือการทำให้คนทั่วไปเชื่อว่ารองเท้าคุณภาพดี ดีไซน์สวยเหล่านี้สามารถผลิตได้ที่นี่ (กานา) และรองเท้านี้คุ้มค่าคุ้มราคาทุกบาททุกสตางค์ที่ต้องจ่ายแน่นอน” ดีจบีระบุ ก่อนปิดท้ายว่าเป้าหมายสูงสุดของฮีล เดอะ เวิลด์ คือเมื่อคิดถึงรองเท้าแบรนด์นี้ จะคิดถึงคุณภาพ รวมถึงคิดถึงรองเท้าฮีล เดอะ เวิลด์ ในฐานะสินค้าสุดเฉี่ยวจากทวีปแอฟริกา
“ข้อดีอีกอย่างก็คือ พวกเรายังเด็ก อายุไม่ถึง 30 ปีทุกคน ดังนั้นจึงมีเวลายาวนานพอที่จะพิสูจน์ให้ใครต่อใครเห็นว่า พวกเขาคิดผิด” ดีจบี สรุป







