
Sharapova แก้ลำ Paparazzi
Paparazzi ที่เมืองไทยยังไม่มากเหมือนกับที่ต่างประเทศ อาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมเกรงอกเกรงใจยังมีอยู่มาก และ Paparazzi ที่เมืองไทยไม่เฟื่องเพราะตลาดยังแคบ
Paparazzi ที่เมืองไทยยังไม่มากเหมือนกับที่ต่างประเทศ อาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมเกรงอกเกรงใจยังมีอยู่มาก และ Paparazzi ที่เมืองไทยไม่เฟื่องเพราะตลาดยังแคบ
พวก Photojournalist ต่างประเทศเขาเสี่ยงเจ็บเสี่ยงตายเพราะได้ภาพเด็ดมาแล้วขายได้ทั่วโลก ได้ค่าตอบแทนคุ้ม
หากจะถามว่า... ถ้าเราเป็นคนดังที่ถูกพวก Paparazzi ไล่ล่าบ้างล่ะ เราจะหาทางออกอย่างไร?
เรื่องนี้ไม่มีสูตรตายตัวค่ะ คนดังและดาราแต่ละคนต่างก็มีแนวของตนเอง และอยู่ที่เป้าหมายในการแสดงออกของแต่ละคน
คนดังที่ไม่ชอบหรือไม่สบอารมณ์พวก Photojournalist อย่างแรง ที่เข้าไปด่าหรือกระชากกล้องหรือผลักอกพวก Paparazzi ล้มหงายหลัง
คนดังที่ทำได้ถึงขนาดนั้นมักจะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีอย่างมากกับพวก Paparazzi มาก่อน อาจเพราะเคยโดนพวก Photojournalist ทำให้ภาพลักษณ์เสียหายอย่างเจ็บปวดรวดร้าวมากในชีวิต จึงเคียดแค้นฝังจิตฝังใจชนิดที่เรียกว่าต่อไปนี้เอ็งกับข้าอย่าอยู่ร่วมโลกด้วยกันอีกเลย
ปรากฏว่ากลับทำให้ภาพลักษณ์ตัวเองแย่ลงไปอีก และอย่าหวังว่าพวกนั้นจะเลิก เดี๋ยวก็จะโผล่หน้ามาทำข่าวอีกคือพวก Photojournalist ประเภทนี้เป็นพวกนักข่าวเว้าวอนค่ะ
พวก Paparazzi เป็นแมลงวัน ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป (ไม่ใช่พวกนกน้อยในไร่ส้ม)
ในเนื้อเพลง Paparazzi ของ Lady Gaga ยังบอกว่า... “ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้คุณเลยนะ ผมจะตามคุณไปจนกว่าคุณจะรักผม”
(I’m your biggest fan. I’ll follow you until you love me.)
ในเมื่อไล่ก็ไม่ไปสักที หนีเท่าไหร่ก็ไม่พ้น แล้วทำไมเราจึงไม่หาวิถีทางที่ฉลาดๆ สักหน่อยเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีๆ ล่ะคะ
ขอกลับไปยกตัวอย่าง Maria Sharapova อีกครั้งกับการหาทางออกกับ Paparazzi ที่ให้กลายเป็นผลดีในกรณีหนึ่งคือ...
กรณีเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2013 ในการแข่งขัน Madrid Open ซึ่งเธอได้มี Date กับนักเทนนิส Grigor Dimitrov ซึ่งเธอกับหนุ่มคู่ควงถูกพวก Paparazzi ตามไล่ล่าภาพขณะที่เดินเล่นใน Madrid
ภาพข่าวนั้นออกไปในสื่อที่คนสนใจกันมากในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น
Sharapova แก้ลำเรื่องนี้ผ่านทางนักข่าว TV ที่เข้ามาทำข่าวเธอหลังจากที่เธอแข่งขันจบในแมตช์ต่อมา
Sharapova ใช้ปากกา Marker เขียนบนกระจก (ซึ่งอาจเป็นฟิลเตอร์) กล้อง Video ซึ่งเข้ามาถ่ายภาพเธอหลังแข่งขันเสร็จว่า
“คุณเจอเราได้ไง?” (“How did you find us?”) พร้อมใบหน้าที่เธอยิ้มให้กับกล้อง
ภาพนี้กลายเป็นข่าวและภาพที่เก๋ไก๋ประทับใจกับคนทั่วโลกไปเลย และออกจะขำๆ น่ารักด้วย
คอลัมนิสต์และสื่ออื่นๆ ในวันต่อมามีความเห็นเรื่องนี้ในทำนองที่ว่า....
“ถ้าเป็น Celeb คนอื่นคงจะเขียนด่าพวก Paparazzi กระเจิงไปแล้ว”
แต่การที่ Sharapova ทำอย่างนี้กลับกลายเป็นผลดีกับเธอไปเลย เก่งค่ะ...
นี่ไงคะ... การกระทำของ Sharapova เป็นการกระทำที่ล้ำลึก หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ไม่ได้สร้างความขุ่นเคืองกับสื่อแม้แต่น้อย
ถ้าเธอ... เกรี้ยวกราด ย้อนให้เจ็บ เหน็บให้น่วม...นึกไม่ออกเหมือนกันค่ะว่าอารมณ์นี้จะออกมาอย่างไร
ท่านคะ... ในเวลาไม่กี่วินาทีที่เราได้แสดงออกกับสื่อ เราอาจทำอะไรให้เก๋ไก๋ประทับใจแบบ Maria Sharapova ได้ค่ะ
จงมีสติ คิดก่อนพูด และคิดก่อนทำค่ะ
(อ่านต่อวันอังคารหน้า)







