
‘ตัน’โกย5พันล.ลดหนี้2.5พันล.ปลดภาระค้ำฯ
“เสี่ยตัน” รวยขึ้น 4,918 ล้านบาท มีเงินคืนหนี้ 2,500 ล้าน ปลดภาระค้ำประกันส่วนตัว
“เสี่ยตัน” รวยขึ้น 4,918 ล้านบาท มีเงินคืนหนี้ 2,500 ล้าน ปลดภาระค้ำประกันส่วนตัว
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) นำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 21 เม.ย. 2557 เป็นวันแรก สร้างความร่ำรวยให้แก่คนจองซื้อหุ้นที่ 13 บาท และกลุ่มนายตัน ภาสกรนที เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัท ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ 61.02% หรือจำนวน 793 ล้านหุ้น หลังราคาหุ้นปิดที่ 16.20 บาท บวก 3.20 บาท หรือ 24.62% ทั้งนี้ หากคำนวณต้นทุนหุ้นของนายตันในราคาพาร์ หุ้นละ 10 บาท กลุ่มนายตันก็จะร่ำรวยขึ้นอีก 4,918.21 ล้านบาท เมื่อเทียบกับราคาปิดที่ 16.20 บาท
นอกจากนั้น ในสรุปข้อสนเทศระบุว่า นายตันเสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก(ไอพีโอ) จำนวน 300 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 13 บาท ได้รับเงินทั้งสิ้น 3,900 ล้านบาท บริษัทจะนำเงินส่วนใหญ่ไปชำระหนี้ คือ คืนสถาบันการเงิน 1,500 ล้านบาท และคืนหนี้ที่ยืมกรรมการอีก 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในสัญญาการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ ยังกำหนดไว้ว่า เมื่อบริษัท อิชิตัน เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นแล้ว ภาระการค้ำประกันหนี้ของนายตันและบริษัท ตัน แอสเซ็ท จะถูกยกเลิกไป รวมถึงหลักประกัน เช่น ที่ดินของบริษัท ตัน แอสเซ็ท และบริษัท ภาสกรนที ด้วย
นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ ICHI กล่าวว่า หุ้นอิชิตันได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างมาก เป็นเพราะในปีนี้บริษัทสามารถก้าวขึ้นมาครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มชาพร้อมดื่มเป็นอันดับหนึ่ง โดยใช้ระยะเวลาเพียง 2 ปี และมีนโยบายการจ่ายปันผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราที่ดีถึง 40% ของกำไรสุทธิ
สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ นอกจากจะนำไปใช้ชำระหนี้กรรมการและสถาบันการเงินบางส่วนแล้ว ยังนำไปใช้ขยายกำลังการผลิตเฟส 2 ส่งผลให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านขวดต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 600 ล้านขวดต่อปี เพื่อรองรับการขยายตลาดในประเทศและส่งไปยังต่างประเทศ
ด้าน นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น กล่าวต่อว่า หุ้นอิชิตันน่าจะเป็นตัวที่นำขบวนหุ้นที่ทำให้หุ้นไอพีโอกลับมาได้รับความน่าสนใจอีกครั้ง เนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้น แสดงให้เห็นว่า หุ้นอิชิตันไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองแต่อย่างใด
บริษัท อิชิตัน มีปัจจัยพื้นฐานดีโดยเฉพาะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มที่ทุกคนจำเป็นต้องดื่มต้องกิน อีกทั้งยังมีแบรนด์สินค้าที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะตัวของผู้บริหาร และที่สำคัญที่ผ่านมาอุตสาหกรรมชาเขียวยังเติบโตปีละ 12% แต่อิชิตันเติบโตสูงถึง 25% และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่ง พร้อมกับมีเทคโนโลยีที่ดีมาช่วย
“สถานการณ์เช่นนี้ หุ้นไอพีโอจำเป็นต้องมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จึงจะสามารถเข้ามาระดมทุนในตลาดได้อย่างดี ซึ่งหลังจากอิชิตันแล้ว ASP เตรียมขายไอพีโอ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD)” นายก้องเกียรติ กล่าว
นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอเซีย พลัส ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ SAWAD คาดว่าจะขายหุ้นไอพีโอในวันที่ 28-30 เม.ย.นี้ และน่าจะเข้า ตลท. ได้ในวันที่ 8 หรือ 9 พ.ค.นี้







