โต้งให้ปากคำปปช.เกือบ5ชม.ย้ำงบจำนำข้าวไม่เกินจริง
กิตติรัตน์เข้าให้ปากคำต่อป.ป.ช.ในฐานะพยานคดีนายกฯทุจริตจำนำข้าว โดยใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ยืนยันตั้งงบประมาณไม่เกินความจำเป็น
กิตติรัตน์เข้าให้ปากคำต่อป.ป.ช.ในฐานะพยานคดีนายกฯทุจริตจำนำข้าว โดยใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ยืนยันตั้งงบประมาณไม่เกินความจำเป็น
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ได้เข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะพยานที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่ชาติ (กขช.)ขอให้สอบพยานเพิ่ม ในคดีถอดถอนนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง และกรณีกล่าวหากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่การตามประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว
ทั้งนี้นายกิตติรัตน์ ได้ชี้แจงด้วยถ้อยคำ พร้อมเอกสารประกอบ 90 หน้า ซึ่งมีทั้งมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมติ กขช. รวมทั้งตัวเลขการปิดบัญชีของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร โดยใช้เวลาในการให้ปากคำเกือบ 5 ชั่วโมง
นายกิตติรัตน์ กล่าวหลังให้ปากคำว่า การตั้งงบประมาณในโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้เกินความจำเป็น และถือเป็นการช่วยเหลือชาวนา เพราะโครงการรับจำนำข้าว เกิดประโยชน์ ดูแลชาวนากว่า 3.7 ครัวเรือน คิดเป็นประชากร 12 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตามในส่วนของการดำเนินการ มีความเป็นไปได้ ที่ผู้ปฎิบัติจะมีการทุจริต แต่ในทุกขั้นตอนของโครงการรับจำนำข้าว สามารถที่จะตรวจสอบได้ และได้ดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด
ขณะที่กรอบวินัยการเงิน การคลังของไทย ในขณะนี้ ยังมีความเข้มแข็ง
ส่วนคำร้องของทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายกรัฐมนตรี ที่ขอให้ไต่สวนพยานเพิ่ม 2 ปาก คือ นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการพิจารณา







