
"โอเรียนท์ไทย"ฟื้นชาร์เตอร์ไฟลต์หลังไร้ฉุกเฉิน
ช่วงที่รัฐบาลไทยประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ช่วงที่รัฐบาลไทยประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักจากการที่แต่ละประเทศต่างออกประกาศเตือนหรือยกระดับการเตือนการเดินทางมาไทย จนเมื่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถูกยกเลิก ผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวจึงเริ่มเดินหน้าฟื้นธุรกิจอย่างเต็มที่ แม้จะรู้ดีว่านักท่องเที่ยวต่างชาติคงไม่กลับมาคึกคักในระยะเวลาอันใกล้ เพราะนี่ก็เข้าสู่ช่วงฤดูที่ไม่ใช่การท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) แล้ว
ธุรกิจสายการบินเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องทำการบ้านอย่างหนักในช่วงนี้ เพราะนอกจากต้องออกกำลังอย่างหนักเรียกนักท่องเที่ยวกลับมา ยังต้องประลองกำลังกันเองสูงขึ้น เมื่อคู่แข่งเข้ามาแย่งชิงพื้นที่การตลาดเพิ่ม ทั้งสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ (ฟูลเซอร์วิส) สายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ไปจนถึงสายการบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์)
อุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานที่ปรึกษา สายการบินโอเรียนท์ ไทย เปิดเผยว่า โอเรียนท์ ไทย ออกจากตลาดโลว์คอสต์แอร์ไลน์มาทำตลาดชาร์เตอร์ไฟลต์นานถึง 4 ปีแล้ว เนื่องจากตลาดโลว์คอสต์แข่งกันรุนแรงมาก จึงหันมาทำตลาดชาร์เตอร์ไฟลต์แทน โดยมองว่าตลาดนี้มีแนวโน้มเติบโตทุกปี หากไม่มีปัญหาการเมือง สถานการณ์ในประเทศนิ่ง
โอเรียนท์ ไทย ตั้งเป้าหมายว่า ปีนี้จะนำผู้โดยสารเดินทางผ่านการทำชาร์เตอร์ไฟลต์มาไทยได้ถึง 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีผู้โดยสารเดินทางผ่านโอเรียนท์ ไทย 8 แสนคน
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ช่วงที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ส่งผลกระทบมาถึงการทำชาร์เตอร์ไฟลต์อย่างมาก เพราะนักท่องเที่ยวชะลอเดินทาง จึงต้องปรับลดเป้าหมายจำนวนผู้โดยสารปีนี้ลงเหลือเพียง 1 ล้านคน
“ช่วงที่ไทยประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สายการบินได้รับผลกระทบมาก โดยเฉพาะเส้นทางบินที่จะมาลงกรุงเทพฯ ทำให้ต้องปรับแผนการดำเนินงานในช่วงนั้น พยายามเปลี่ยนเส้นทางบินชาร์เตอร์ไฟลต์จากมาลงกรุงเทพฯ ไปลงที่สนามบินภูเก็ตหรือกระบี่แทน ซึ่งก็ช่วยให้นักท่องเที่ยวกลับมาได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะสนามบินภูเก็ตและกระบี่ก็ยังประสบปัญหาความไม่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว เช่น สนามบินภูเก็ต ที่มีผู้ใช้บริการจนเกินขีดความสามารถแล้ว เพิ่มเที่ยวบินใหม่ๆ มาลงจอดได้ยาก เพราะตารางบินแน่น เมื่อเปลี่ยนไปใช้สนามบินกระบี่แทน ก็ประสบปัญหาเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่เพียงพอและค่าใช้จ่ายในการลงจอดก็แพงกว่าภูเก็ต” อุดม กล่าว
ปัจจุบัน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกเลิกแล้ว เหลือเพียง พ.ร.บ.ความมั่นคง เท่านั้น สายการบินก็จะเดินหน้าดึงผู้โดยสารกลับมาทันที โดยเชื่อว่าจะทำได้ไม่ยาก เพราะโอเรียนท์ ไทย ทำตลาดชาร์เตอร์ไฟลต์มานาน ได้สร้างเครือข่ายไว้แน่นเหนียวในจีน ปัจจุบันโอเรียนท์ ไทย ทำชาร์เตอร์ไฟลต์จาก 34 เมืองในจีนมาไทย ผู้โดยสาร 100% เป็นคนจีน ถือเป็นสายการบินสัญชาติไทยที่มีเที่ยวบินเข้าถึงเมืองต่างๆ มากสุดในจีนแล้ว ขณะเดียวกันยังมีเครือข่ายบริษัทนำเที่ยวตามเมืองสำคัญในจีนที่มีชาร์เตอร์ไฟลต์ไปด้วย
อุดม กล่าวว่า ปกติจะทำชาร์เตอร์ไฟลต์ 150-200 เที่ยวต่อเดือน ในจำนวนนี้เป็นชาร์เตอร์ไฟลต์มากรุงเทพฯ 50-100 เที่ยว ช่วงที่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำชาร์เตอร์ไฟลต์ 150 เที่ยวต่อเดือน ช่วงนี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เข้าสู่ไตรมาส 2 แล้ว ซึ่งถือเป็นช่วงที่คนจีนเดินทางน้อย เพราะหมดเงินค่าเดินทางท่องเที่ยวไปมากในช่วงเทศกาลตรุษจีนต้นปี โอเรียนท์ ไทย จะพยายามคงจำนวนเที่ยวบินต่อเดือนไว้ให้อยู่ในระดับเดิม แต่อาจจะลดขนาดเครื่องบินที่ใช้ให้บริการ จากประเภท 260 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน เหลือ 150 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน และยังเน้นบินตรงจากเมืองในจีนไปลงที่สนามบินภูเก็ตและกระบี่มากกว่ากรุงเทพฯ
ขณะเดียวกัน จะจับมือกับบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ของจีนที่มีเครือข่ายบริษัทนำเที่ยวรายย่อยตามเมืองเล็กๆ ที่มีจำนวนประชากร 45 ล้านคน รวมแล้วมีบริษัทนำเที่ยวเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 1,000 บริษัท ทำแพ็กเกจท่องเที่ยวขาย เน้นการขายแพ็กเกจผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถกระจายไปถึงนักท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม อยากเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการสนับสนุนการฟื้นนักท่องเที่ยวด้วย เช่น การเดินหน้ายกเว้นวีซ่าสำหรับคนจีนเที่ยวไทยที่เคยประกาศนโยบายกันไว้ว่าจะทำมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นมาตรการเกิดเป็นรูปธรรม รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น ด้วยการเตรียมเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาจีนได้ไว้คอยให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวจีนตามสนามบินต่างๆ
มองว่า รัฐบาลไทยส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่สนับสนุนสายการบินไม่ทั่วถึง เน้นหนักไปที่สายการบินเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวก็ไม่มีความเชี่ยวชาญหรือเข้าใจตลาดจีนอย่างแท้จริง ทำตลาดบนพื้นฐานความไม่เข้าใจ
เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่เอกชนไทยจะทำได้คือ การพึ่งพาตัวเอง ทำการตลาดเอง ในส่วนของโอเรียนท์ ไทย ก็ต้องพึ่งพาตัวเองเช่นกัน โดยวางแผนว่า หากปีหน้าเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว อาจจะย้ายฐานการบินไปยังประเทศอื่นในอาเซียนก็ได้
สายการบินคือฟันเฟืองสำคัญที่จะนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย แต่ฟันเฟืองจะดีเพียงตัวเดียวไม่ได้ ฟันเฟืองด้านอื่นต้องขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันด้วย หากต้องการจะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกฟันเฟืองในภาคท่องเที่ยวทั้งรัฐและเอกชนก็ต้องร่วมมือไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะสำเร็จเร็ว







