
บริหารอาคารบุกภูธรขยายฐานรับคอนโดโตพุ่ง
แม้ว่าตลาดคอนโดมิเนียมเปิด ขายใหม่ในต่างจังหวัดปีนี้จะซบเซาลง แต่อาคารชุดที่เปิดขายเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
แม้ว่าตลาดคอนโดมิเนียมเปิด ขายใหม่ในต่างจังหวัดปีนี้จะซบเซาลง แต่อาคารชุดที่เปิดขายเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา มีกำหนดแล้วเสร็จในปีนี้และปีหน้าจำนวนมาก จะส่งผลบวกต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่างธุรกิจบริหารจัดการอาคารอยู่ไม่น้อย โดยก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการธุรกิจบริหารจัดการอาคารหลายรายเตรียมพร้อมรองรับความต้องการที่จะสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในอีก 12 ปีนับจากนี้
พรรณวดี โพธิหน่อทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า บริษัทหยุดรับบริหารอาคารสูงนอกเครือแสนสิริมาประมาณ 12 ปี จากปัญหาบุคลากรขาดแคลน ซึ่งในช่วงเวลาที่หยุดรับบริหารอาคารสูงนอกเครือแสนสิริ เป็นจังหวะที่เตรียมความพร้อมให้กับองค์กรไปในตัว เพื่อรองรับความต้องการที่จะสูงขึ้นในอนาคต
“ไม่ใช่แค่โครงการของกลุ่มแสนสิริที่ขยายไปยังหลายๆ จังหวัดที่พลัสฯ ยังไม่เคยไป แต่จะเห็นว่าในช่วงหลายปีนี้มานี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ล้วนบุกตลาดต่างจังหวัดอย่างหนัก ยังไม่นับรวมผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ขยายโครงการใหม่ๆ มากขึ้นด้วยเช่นกัน” พรรณวดี กล่าว
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พลัสฯ ต้องหยุดตั้งหลักเพื่อพร้อมลุยในอนาคต ซึ่งคาดว่าความต้องการจะขยายตัวอย่างมากในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ โดยปีนี้บริษัทพร้อมที่จะขยายงานรับบริหารอาคารสูงนอกเครือแสนสิริแล้ว คาดว่าจะมีโครงการใหม่นอกเครือแสนสิริที่เข้ามาในมืออีกประมาณ 510 โครงการ และส่วนของเครือแสนสิริอีกประมาณ 15 โครงการ
ขณะที่ปัจจุบันพลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยนอกเครือแสนสิริประมาณ 10 โครงการ จากทั้งหมด 140 โครงการทั่วประเทศ แบ่งเป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรร 30% และอาคารสูง 70% ซึ่งปัญหาเรื่องแรงงานขาดแคลนจะผ่อนคลายลง จากการที่พลัสฯ เข้าไปจับมือกับสถาบันการศึกษาบางแห่ง เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตรบริหารจัดการอาคาร ทำให้ในอนาคตจะมีบุคลากรเข้าสู่วิชาชีพนี้มากขึ้น
สำหรับการเติบโตของธุรกิจบริหารอาคารของพลัสฯ ในปีนี้คาดว่าไม่น้อยกว่า 10% โดยสัดส่วน 45% เป็นอาคารสำนักงาน และอีก 55% เป็นอาคารที่อยู่อาศัย โดยยอมรับว่าคนต่างจังหวัดอาจยังไม่คุ้นเคย กับการอยู่อาศัยในโครงการที่อยู่อาศัยที่ต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องให้ความรู้ และในบางพื้นที่ต้องทำคู่มือในการอยู่อาศัยแจกให้ผู้อยู่อาศัย
ด้าน ธนันทร์เอก หวานฉ่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ เรียลตี้ แมเนจเม้นท์ หรือไออาร์เอ็ม กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจบริหารจัดการอาคารปี 2557 จะขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด เช่น จ.นครราชสีมา ขอนแก่น และเชียงใหม่ ซึ่งเป็น ผลจากการที่ผู้ประกอบการหันไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อีกทั้งผู้บริโภคยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับการ บริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ด้วย เพราะมองว่าการบริหารจัดการโครงการ ที่อยู่อาศัยที่ดีจะมีส่วนช่วยให้โครงการที่อยู่อาศัยนั้นๆ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยนโยบายของไออาร์เอ็มปีนี้มีแผนที่จะขยายการรับบริหารโครงการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ในต่างจังหวัด เช่น จ.นครราชสีมา ขอนแก่น และเชียงใหม่ ให้มากขึ้น
โครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงในต่างจังหวัดเกิดขึ้นเยอะมาก โดยเฉพาะ จ.ขอนแก่น เป็นตลาดที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่แล้ว ที่อยู่อาศัยของ ผู้ประกอบการท้องถิ่นยังไม่เน้นเรื่องการบริหารหลังการขายอย่างจริงจัง จึงถือเป็นช่องว่างที่ไออาร์เอ็มจะเข้าไปเจาะตลาด
สำหรับตลาดที่ไออาร์เอ็มจะเน้นเข้ารับบริหารจะเป็นโครงการระดับกลาง กลุ่ม 2-3 ล้านบาท และระดับบน กลุ่ม 4-5 ล้านบาทขึ้นไป โดยปัจจุบันไออาร์เอ็มเจรจากับกลุ่มซีพีแลนด์ที่พัฒนาคอนโดมิเนียมใน จ.ขอนแก่น อุดรธานี และมหาสารคาม จำนวนมาก ซึ่งผู้พัฒนาโครงการที่ไม่มีบริษัทลูกที่ทำธุรกิจ ในส่วนนี้ ส่วนใหญ่จะดึงบริษัทมืออาชีพเข้ามาช่วยเสริม
เป้าหมายของไออาร์เอ็มปีนี้คาดว่าจะมีโครงการ ที่อยู่อาศัยใหม่เข้ามา 50 อาคาร เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วแบบก้าวกระโดด โดยปัจจุบันไออาร์เอ็มมีโครงการ ที่อยู่อาศัยที่บริหารอยู่ประมาณ 100 อาคาร แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม 80% บ้านจัดสรร 15% และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 5%
อย่างไรก็ตาม ตัวแปรสำคัญของธุรกิจนี้คือ บุคลากรที่อาจยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด รวมถึงเป็นธุรกิจที่มีการเทิร์น โอเวอร์ หรือเปลี่ยนงานสูงมาก จากการที่มีแรงกดดันในงานสูง และโครงสร้างความ ก้าวหน้าของวิชาชีพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ต้องเร่งปรับตัวหาแนวทางแก้ปัญหาเพื่อรองรับความ ต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในอนาคต







