
ธุรกิจมะกันดิ่งชี้ตลาดงานดี
จำนวน‘ผู้ประกอบการจำเป็น’ลดฮวบสะท้อนตลาดแรงงานเมืองลุงแซมเริ่มฟื้น
จำนวน‘ผู้ประกอบการจำเป็น’ลดฮวบสะท้อนตลาดแรงงานเมืองลุงแซมเริ่มฟื้น
ธุรกิจรายย่อยมะกันเปิดใหม่ชะลอตัว สะท้อนสภาวะตลาดแรงงานสดใส
วอลสตรีท เจอร์นัล สื่อชื่อดังของสหรัฐ เปิดเผยรายงานระบุว่า อัตราการตั้งธุรกิจใหม่ที่ลดลงในสหรัฐ อาจจะเป็นสัญญาณร้ายของเศรษฐกิจโดยรวม ทว่าในอีกด้านหนึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่สะท้อนว่ามีแนวโน้มมาจากสถานะด้านแรงงานในสหรัฐที่ดีขึ้น จึงทำให้คนหันกลับไปทำงานอยู่ภายใต้องค์กรต่างๆ มากขึ้น
รายงานระบุอ้างผลการศึกษาของมูลนิธิอีวิง มาริออน คัฟฟ์แมน ซึ่งเป็นองค์กรที่สนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการในแคนซัสที่ระบุว่า อัตราการตั้งธุรกิจใหม่ในสหรัฐในแต่ละเดือนของปี 2013 นั้น อยู่ที่ 4.76 แสนแห่ง ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ลดต่ำลงจากปี 2012 7% และลดลงจากปี 2011 ถึง 12%
ขณะเดียวกัน รายงานชิ้นนี้ยังได้อ้างอิงการสัมภาษณ์ของ อีริน ฟลินน์ หญิงสาวสหรัฐ วัย 27 ปี ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการตลาดในปี 2009 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะดังกล่าวได้เป็นอย่างดี โดยหลังจากเรียนจบนั้น ฟลินน์ ได้ตั้งบริษัทการตลาดออนไลน์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหญิงสาวรายนี้กลับอยากทำงานให้กับบริษัทมากกว่า
“ฉันอยากทำงานในด้านการตลาดให้กับบริษัทสื่อมากๆ แต่ตอนนั้นไม่มีใครจ้างงานฉันเลย” ฟลินน์ กล่าว พร้อมระบุว่า หลังจากนั้นเมื่อถึงเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ในสภาวะที่ตลาดแรงงานฟื้นตัวขึ้น ฟลินน์ ได้เข้าทำงานกับบริษัทสื่อขนาดใหญ่ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาการตลาด และเลิกทำธุรกิจส่วนตัว
จากผลการศึกษาและคำสัมภาษณ์ดังกล่าว นักวิจัยของมูลนิธิคัฟฟ์แมน ได้ระบุว่า ฟลินน์ นับเป็นหนึ่งใน “ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจด้วยความจำเป็น” หรือ “ผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่อยากหลุดพ้นจากการว่างงาน” พร้อมระบุว่า ตัวเลขของธุรกิจตั้งใหม่ในแต่ละเดือนที่ลดลงนั้น มีผลมาจากสภาวะทางด้านแรงงานที่ฟื้นตัวขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่ชี้ให้เห็นว่า สถานะของลูกจ้างในตลาดแรงงานมีการฟื้นตัวดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจของกระทรวงแรงงานสหรัฐที่พบว่า ผู้ว่าจ้างงานในสหรัฐจ้างงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 1.9425 แสนตำแหน่ง ในปี 2013 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 4.2%
ยิ่งไปกว่านั้น การสำรวจของกระทรวงแรงงานยังพบอีกว่า ตัวเลขของผู้ที่ถูกไล่ออก หรือถูกเชิญให้ออกในปี 2013 ลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 4.8% โดยเหลือเพียง 19.9 ล้านตำแหน่ง จาก 20.9 ล้านตำแหน่ง ในปี 2012







