
โต้งยันศก.ไทยแกร่ง
แจงต่างชาติการเมืองส่งผลกระทบแต่พื้นฐานดีทั้งเงินเฟ้อหนี้สาธารณะ
แจงต่างชาติการเมืองส่งผลกระทบแต่พื้นฐานดีทั้งเงินเฟ้อหนี้สาธารณะ
“กิตติรัตน์” โปรยยาหอมต่างชาติ ชูเศรษฐกิจไทยยังแกร่ง ไม่หวั่นแม้เจอปัญหาการเมือง
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยืนยันกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered Bank) ว่า เศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง แม้จะประสบปัญหาด้านการเมือง โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือทวิภาคีระหว่างการเข้าร่วมประชุมผู้ว่าการ ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่สหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจโลกและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมทั้งมีการกล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยปัจจุบันที่ถึงแม้มีการชะลอตัวบ้างจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในไทย แต่ยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราเงินเฟ้อในระดับบริหารจัดการได้ อัตราว่างงานที่ต่ำ เงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่สูง หนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในระดับต่ำ และฐานะการคลังที่อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน รมว.คลัง ยังได้หารือทวิภาคีกับนางศรีมุลยานี อินดราวาติ กรรมการผู้จัดการของธนาคารโลก และนายเอเซล แวน ทรอทเซนเบอร์ก รองประธานธนาคารโลก เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และความร่วมมือระหว่างกันที่สำคัญ ได้แก่ การจัดทำกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับธนาคารโลก ฉบับใหม่ ปี 25572560
สำหรับกรอบความร่วมมือดังกล่าว ธนาคารโลกจะช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ศักยภาพของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ เพื่อการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยในอนาคต นอกจากนี้ ธนาคารโลกได้ขอบคุณประเทศไทยในการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการทำงานของสมาคมพัฒนาการระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นกองทุนของธนาคารโลกที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศยากจนเพื่อการพัฒนา
นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ รมว.คลังได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนกลุ่มออกเสียงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia Group : SEA Group) ที่ประกอบด้วยสมาชิก 11 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม ฟิจิ อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พม่า มาเลเชีย เนปาล สิงคโปร์ ตองกา เวียดนาม และไทย) กล่าวสุนทรพจน์สนับสนุนนโยบายด้านการพัฒนาของธนาคารโลก อาทิ การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจยุคหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลก การส่งเสริมด้านการเงินในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน การผลักดันนโยบายบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ด้านการประชุมร่วมกลุ่มออกเสียงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของธนาคารโลก (SEA Group) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้มีการรายงานสภาวะเศรษฐกิจและความคืบหน้า การดำเนินงาน และนโยบายที่สำคัญของ SEA Group ในธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ อาทิ การปรับยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและการเงินของกลุ่มธนาคารโลก เพื่อรองรับกับเศรษฐกิจยุคหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลก และการส่งเสริมเป้าหมายหลักของธนาคารโลกในการขจัดปัญหา ความยากจนให้เหลือเพียง 3% ภายในปี 2573 ร่วมกับการส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ ยังมีการปรับมาตรการเฝ้าระวังทางการเงิน (Surveillance Measures) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศให้เหมาะสม กับสภาวะความผันผวนทางการเงินอันมีสาเหตุหลักมาจากการปรับลดมาตรการการเงินผ่อนคลาย (คิวอี) ของสหรัฐ และความเปราะบางของภาคการเงินยุโรป เป็นต้น
สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรี มีการแลกเปลี่ยนความคิดด้านนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ







