
สาดน้ำราดหัวล้าน
เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ เรียกว่าเป็นเทศกาลที่ชาวนานับล้านคน ในต่างจังหวัดได้แต่ยิ้มแห้งๆ ในขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ยังคงยิ้มร่าเพลิดเพลินในงาน “ปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่”
เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ เรียกว่าเป็นเทศกาลที่ชาวนานับล้านคน ในต่างจังหวัดได้แต่ยิ้มแห้งๆ ในขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ยังคงยิ้มร่าเพลิดเพลินในงาน “ปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่”
จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 3 เม.ย. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รายงานว่า ได้จ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนาแล้ว 7.27 แสนสัญญา เป็นเงิน 7.91 หมื่นล้านบาท แต่รัฐบาลยังค้างหนี้ค่าข้าว 1.1 ล้านสัญญา คิดเป็นเงิน 9.97 หมื่นล้านบาท
เท่ากับว่าวันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้สร้างประวัติศาสตร์สุดอัปยศ ค้างหนี้กลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำที่สุดของประเทศ และมีภาระหนี้สูงที่สุดเมื่อเทียบกับรายได้มานานกว่า 7 เดือนแล้ว
ที่สำคัญผลพวงจากนโยบายรับจำนำข้าวแบบไม่ลืมหูลืมตา เพียง 2 ปีครึ่ง โครงการนี้ถลุงเงินกู้และค่าบริหารจัดการไปแล้ว 1 ล้านล้านบาท กลับมีนักวิชาการสอพลอเห็นดีเห็นงามว่า จะทำให้ชาวนาลืมตาอ้าปาก
ทั้งๆ ที่ในความจริง นโยบายชุดนี้แทบไม่ต่างกับการตักน้ำราดบนศีรษะคนหัวล้าน ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับนายทุนที่ดิน ธุรกิจค้าปุ๋ย ค้ายา โรงสีขี้ฉ้อ ข้าราชการที่กินตามน้ำ และนักการเมืองมือสกปรก
เพราะอย่างที่รู้กันว่า ชาวนาส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในภาคอีสาน ภาคเหนือ ทำนาได้ปีละ 1 ครั้ง มีที่ดิน 5-10 ไร่ และปลูกข้าวไว้กิน เหลือแล้วจึงขาย ส่วนภาคกลาง ส่วนใหญ่เป็นชาวนารับจ้างไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง ทำมาหาได้เท่าไหร่ก็ยังมีแต่หนี้กับซัง
ถ้าจะแก้ก็ต้องเริ่มที่ต้นทาง สร้างความเท่าเทียมในการถือครองที่ดินทำกิน วิธีการเก็บภาษีที่ดินน่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะวันนี้คนรวย 10% แรกหรือ 2 ล้านครัวเรือน ถือครองที่ดิน 60% ของที่ดิน ทั้งประเทศ แต่คนจน 2 ล้านครัวเรือนถือครองที่ดินเพียง 0.07%
ยิ่งปล่อยนานวัน ไทยก็หนีไม่พ้นวัฏจักรความขัดแย้ง







