
ไฟแนนซ์ทูเดย์
...บรรยากาศการประชุมผู้ถือหุ้น 4 ธนาคารชนกัน เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา มันส์ที่สุดเห็นจะเป็นธนาคารทหารไทย อืดที่สุดคือ ธนาคารกรุงไทย เงียบที่สุดคือ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และเร็วที่สุดคือ ธนาคารกรุงเทพ
...บรรยากาศการประชุมผู้ถือหุ้น 4 ธนาคารชนกัน เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา มันส์ที่สุดเห็นจะเป็นธนาคารทหารไทย อืดที่สุดคือ ธนาคารกรุงไทย เงียบที่สุดคือ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และเร็วที่สุดคือ ธนาคารกรุงเทพ
ที่แชมป์อืดที่สุดมาอยู่ที่ธนาคารกรุงไทย ทั้งที่จัดประชุมในสถานที่หรูโรงแรมพลาซ่า แอทธินี แต่การจัดคิวลงทะเบียนผู้ถือหุ้นดูวุ่นวายไม่มีระเบียบ ทำให้เสียเวลาลงทะเบียนนาน แถม วรวิทย์ จำปีรัตน์ ประธานกรรมการธนาคาร ไม่เชี่ยวในการควบคุม การประชุมผู้ถือหุ้นรายย่อย ก็ขึ้นพูดๆๆ จนการประชุมยืดเยื้อ เวิ่นเว้อ จนไม่มีเนื้อหา
ส่วนที่ว่ามันส์ที่สุดคือ ธนาคารกรุงไทย ความมันส์ของการประชุมไม่ได้อยู่ที่ประธานแบงก์ รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง แต่อยู่ที่กรรมการตัวแทนเหล่าทัพคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ต่างหาก
...บอร์ดแบงก์บอกว่า บิ๊กตู่ไม่เคยขาดประชุมบอร์ดแบงก์เลยตลอด 3 ปีที่เป็นกรรมการธนาคารมา อะไรที่ไม่รู้ก็จะออกตัวบอกก่อนเลยว่า ไม่รู้ขอให้ช่วยอธิบาย ตั้งใจทำหน้าที่กรรมการอย่างยิ่ง ทั้งที่มีภารกิจรัดตัว และในการประชุมคณะกรรมการธนาคารปีนี้ ครบวาระที่จะต้องออก แต่มีการเสนอชื่อให้กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง
เมื่อผู้ถือหุ้นลงมติและได้ผลโหวต บิ๊กตู่ก็เรียกเสียงหัวเราะจากที่ประชุม ด้วยการบ่นเชิงน้อยใจว่า คะแนนโหวตให้อยู่เป็นกรรมการต่อลดลงกว่าครึ่ง น่าน้อยใจ นับว่าลีลาของท่านไม่ธรรมดา
ช่วงนี้เดินเข้าไปในสาขาธนาคาร โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้า จะเห็นว่าพนักงานธนาคารเปลี๊ยนไป๋ เทศกาลสงกรานต์พนักงานทุกธนาคารพร้อมใจกันใส่เสื้อลายดอก คล้องมาลัยดอกมะลิ เข้ากับเทศกาล ให้บริการลูกค้าอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส แถมบางสาขาอัญเชิญพระพุทธรูปมาให้ลูกค้าได้รดน้ำสักการะกันด้วย เรียกว่าไปใช้บริการแบงก์ได้ครบทุกอย่าง
มันแย่ตรงที่บางแบงก์แจกเสื้อให้พนักงานใส่เลย แต่บางแบงก์พนักงานต้องรวมตัวกันไปซื้อมาใส่กันเอง เพื่อให้เข้าบรรยากาศ
...ผลการหารือระหว่างแบงก์ชาติกับธนาคารพาณิชย์ เรื่องการแก้ปัญหาโจรไฮเทคแอบเอาเครื่องสกิมมิ่งมาติดตั้งในตู้เอทีเอ็ม ดูดข้อมูลจากแถบแม่เหล็กของบัตรเอทีเอ็มลูกค้าไป สร้างความเสียหายให้กับธนาคารเป็นระยะๆ แบงก์ชาติเลยเป็นเจ้าภาพออกโรงขอให้สมาคมธนาคารไทยเปลี่ยนระบบบัตรเอทีเอ็มทั้งหมดไปใช้ชิปการ์ด
นั่นหมายถึงการลงทุนเพิ่มทั้งติดตั้งเครื่องอ่านชิปการ์ดและเปลี่ยนเครื่องเอทีเอ็มใหม่ แบงก์ละ 200-300 ล้านบาท แต่รวมกันทุกแบงก์แล้วก็ปาเข้าไปร่วม 5,000 ล้านเลยทีเดียว แบงก์ใหญ่ก็จ่ายเยอะ ตามฐานลูกค้า







