posttoday
ไมโครซอฟท์กับบทบาทการศึกษาไทย

ไมโครซอฟท์กับบทบาทการศึกษาไทย

12 เมษายน 2557

จากกระดานชนวนลากเส้นด้วยแท่งชอล์กมาจนถึงแท็บเล็ตขีดเขียนด้วยสไตล์ลัส

จากกระดานชนวนลากเส้นด้วยแท่งชอล์กมาจนถึงแท็บเล็ตขีดเขียนด้วยสไตล์ลัส วิวัฒนาการด้านการศึกษาของโลกใบนี้เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีและสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง แต่ดูเหมือนคุณภาพการศึกษาในภาพรวมทั้งโลกไม่เคยก้าวทันเทคโนโลยีเหล่านี้ได้เลย คำว่าก้าวทันเทคโนโลยีนี้ไม่ได้หมายถึง การใช้เทคโนโลยีแค่คำว่า “เป็น” แต่ต้องก้าวทันไปถึงคำว่า “เท่าทัน” และให้นำไปให้ถึงคำว่า “ประโยชน์”

บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ทุ่มเทร่วมกับสถาบันการศึกษาและพันธมิตรมากมายทั่วโลก เพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างครบวงจร ในการก่อให้เกิดการเรียนการสอนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กนักเรียนทั่วโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้และคุณภาพการศึกษา ซึ่งไมโครซอฟท์ลงทุนด้านการศึกษาทั่วโลกเป็นจำนวน 3 แสนล้านบาท ซึ่งในประเทศไทยเอง ไมโครซอฟท์ก็ได้ลงทุนไปกว่า 156 ล้านบาท ภายใต้โครงการ พาร์ตเนอร์ส อิน เลิร์นนิ่ง (Partners in Learning)

แอนโธนี ซัลซิโต รองประธาน ด้านการศึกษา ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงโครงการเพื่อการศึกษาของไมโครซอฟท์ในประเทศไทยว่า ปัจจุบันปัญหาคะแนนด้านการเรียนการสอนของประเทศไทยค่อนข้างน้อย ดังนั้นเราจึงเข้ามาช่วยพัฒนาด้านการศึกษาโดยเฉพาะเรื่องทักษะการทำงานในศตวรรษที่ 21 ว่าอนาคตตลาดแรงงานต้องการทักษะอะไรบ้าง ซึ่งหนึ่งในทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการก็คือทักษะการใช้งานด้านเทคโนโลยี

“เราไม่ได้มองว่าเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญ แต่เรามองเป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยให้ก้าวหน้าขึ้นมาได้ ด้วยผสมผสานการเรียนการสอนกับเทคโนโลยีให้เหมาะสม โดยเฉพาะหัวใจสำคัญที่จะช่วยพัฒนาระบบการศึกษาก็คือตัวของคุณครูเองที่จะเอาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ในการเรียนการสอน

ไมโครซอฟท์กับบทบาทการศึกษาไทย

 

อย่างเช่นการใช้สไกป์เข้ามาช่วยในการเรียนการสอน ให้เด็กจากซีกโลกหนึ่งในวิดีโอคอลพูดคุยกับเด็กอีกทวีปหนึ่งเพื่อเรียนวิชาสังคมและสภาพภูมิศาสตร์ ด้วยการให้เด็กนักเรียนในห้องได้ถามเพื่อนที่อยู่อีกซีกโลกว่า ในพื้นที่ที่พวกเขาอยู่นั้นเป็นอย่างไรและแน่นอนว่าเด็กทั้ง 2 ทวีปก็จะได้แลกเปลี่ยนความรู้และความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน” แอนโธนี ยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการศึกษา ซึ่งเห็นได้ว่าความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่เป็นเนื้อหาที่คุณครูรู้จักใช้เทคโนโลยีเพื่อให้การเรียนของเด็กๆ สนุกและจดจำได้ง่ายขึ้น

ภายใต้โครงการพาร์ตเนอร์ส อิน เลิร์นนิ่ง ที่มีคุณครูในประเทศไทยเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกว่า 1.6 แสนคนทั่วประเทศ และมีนักเรียนไทยกว่า 9 ล้านคนได้เข้าเรียนผ่านเทคโนโลยีที่คุณครูเหล่านี้ทุ่มเทคิด พัฒนาเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ที่มีประสิทธิภาพระหว่างเพื่อนครู และช่วยให้เราไมโครซอฟท์ในการพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆ ในด้านการศึกษาอีกด้วย

ฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) บอกว่าวิสัยทัศน์หนึ่งของทางไมโครซอฟท์ก็คือการพัฒนาด้านการศึกษา เพราะแม้กระทั่งในสหรัฐเอง ก็ยังต้องมีการพัฒนาด้านการศึกษาใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา สำหรับประเทศไทย ข้อมูลการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาของ PISA (Program for International Student Assessment) ระบุว่า ประเทศไทยสามารถทำคะแนนได้เพียงอันดับที่ 50 จากการจัดอันดับครั้งล่าสุดในปี 2555 จากทั้งหมด 60 กว่าประเทศที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่รายงานด้านศักยภาพการแข่งขันจากสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ระบุว่า การศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในประเทศไทยมีคุณภาพอยู่ที่อันดับ 81 และ 66 ตามลำดับ จาก 148 ประเทศทั่วโลก

ทางไมโครซอฟท์จึงมีความพยายามในหลายๆ โครงการย่อยด้านการศึกษา เพื่อช่วยยกระดับการเรียนการสอนของประเทศไทยให้ดีขึ้น เช่น สนับสนุนด้านโปรแกรมใช้งานกับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฟรี อบรมทักษะการใช้งานเทคโนโลยีให้คุณครูทั่วประเทศโดยร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะการใช้เทคโนโลยีไม่ใช่แค่การยื่นเทคโนโลยีให้เขาไปใช้แล้วเขาจะเก่งขึ้น แต่ต้องพัฒนาทั้งระบบตั้งแต่วางแผนการเรียนการสอนในแต่ละวิชาว่าจะใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้เหมาะสมในวิชานั้นๆ เหมือนเช่นที่เราพัฒนาในโครงการ พาร์ตเนอร์ส อิน เลิร์นนิ่ง จนประสบความสำเร็จ แต่ไมโครซอฟท์เองจะทุ่มเทพัฒนาโครงการเพื่อการศึกษาของไทยและทั่วไป ต่อไปอย่างต่อเนื่องเพราะการศึกษาเป็นเรื่องระยะยาวที่เราต้องเรียนรู้และพัฒนาอย่างไม่รู้จบ

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี