
เทศกาลของทุกคน
หลายคนเริ่มเดินทางกลับบ้านไปฉลอง “สงกรานต์” กันบ้างแล้ว ส่วนคนที่ยังติดภาระการงานก็เร่งวันเร่งคืนให้ช่วงหยุดยาวมาถึงเร็วๆ
หลายคนเริ่มเดินทางกลับบ้านไปฉลอง “สงกรานต์” กันบ้างแล้ว ส่วนคนที่ยังติดภาระการงานก็เร่งวันเร่งคืนให้ช่วงหยุดยาวมาถึงเร็วๆ
สงกรานต์ หรือวันปีใหม่ ไม่ได้มีเฉพาะไทยเท่านั้น แต่เป็นวัฒนธรรมร่วมที่มีในอุษาคเนย์ ทั้งลาว พม่า กัมพูชา มาเลเซีย รวมถึงอินเดีย ตอนใต้ของจีน ชนเผ่าไททุกหมู่เหล่าและชาวมอญ
เพื่อนบ้านเหล่านี้ต่างก็จัดงานสงกรานต์กันอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเป็นเทศกาลสำคัญ อีกทั้งยังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่
หลวงพระบางเมืองมรดกโลกของลาวก็เตรียมจัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งขบวนแห่ การแสดงทางวัฒนธรรม เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. และจัดต่อเนื่องไปอีก 10 วัน ซึ่งการจัดสงกรานต์ในหลวงพระบางถือเป็นงานเทศกาลที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งคนลาวและชาวต่างชาติ
เช่นเดียวกับในเสียมราฐของกัมพูชา ที่เมื่อปีที่แล้วนักท่องเที่ยวแห่มาฉลองสงกรานต์กันจำนวนมาก หน่วยงานการท่องเที่ยวของเสียมราฐคาดหวังว่า ปีนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาในช่วงสงกรานต์ถึง 2 แสนคน
สงกรานต์ในกัมพูชาเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13-16 เม.ย. โดยในเสียมราฐที่เป็นที่ตั้งของนครวัด มรดกโลกสำคัญของกัมพูชาที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 2.23 ล้านคน เตรียมจัดกิจกรรมมากมาย ทั้งคอนเสิร์ต เทรดแฟร์ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม
ถึงตอนนี้โรงแรม 166 แห่ง และเกสต์เฮาส์ 233 แห่งในเสียมราฐถูกจองห้องพักเต็มหมดแล้วในช่วงเทศกาลสงกรานต์
สำหรับพม่าหยุดสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 12-17 เม.ย. ในนครย่างกุ้งมีกิจกรรมเฉลิมฉลองสงกรานต์ยิ่งใหญ่และมีคอนเสิร์ตของวงร็อกไอรอน ครอส นักร้องชาวพม่าที่ได้รับความนิยมมากในหมู่วัยรุ่น
ขณะเดียวกันคนพม่าก็เริ่มออกมาท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์นอกบ้านด้วย หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมาย คือ กาญจนบุรี ซึ่งมีตัวแทนทัวร์ดำเนินการจัดหารถบัสไปรับมาจากทวาย โดยคิดค่าบริการราว 1.5 แสนจ๊าด (ราว 150 เหรียญสหรัฐ) สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน
แม้แต่ในสิงคโปร์ก็จัดเทศกาลสงกรานต์ที่มีกิจกรรมต่างๆ จนจุดประเด็นถกเถียงในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง ซึ่งต่อมาผู้จัดก็ยกเลิกกิจกรรมสาดน้ำ โดยให้เหตุผลเรื่องการประหยัดน้ำ เพราะสิงคโปร์มีน้ำจำกัด
ขณะที่ในมาเลเซียก็มีการจัดเทศกาลสงกรานต์เป็นประจำทุกปี เพราะมีชุมชนไทยอาศัยอยู่มาช้านาน
แต่ดูเหมือนสงกรานต์ในมาเลเซียก็เป็นประเด็นร้อนแรงเช่นกัน หลังจากก่อนหน้านี้ผู้นำศาสนาอิสลามในรัฐปะลิสออกมาเตือนชาวมุสลิมไม่ให้เข้าร่วมเทศกาลสงกรานต์ เพราะมีการสรงน้ำพระที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนา
ร้อนถึง ซิว ชุน เอียม อดีตประธานสมาคมคนมาเลเซียเชื้อสายสยาม ต้องออกมาชี้แจงว่า สงกรานต์เป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม เป็นการฉลองวันปีใหม่ของไทยคล้ายกับตรุษจีน จึงไม่ใช่เทศกาลที่เกี่ยวกับศาสนา เพียงแต่ใช้โอกาสวันปีใหม่ทำความสะอาดและสรงน้ำพระ
กรณีที่เกิดขึ้นทั้งในสิงคโปร์และมาเลเซีย สะท้อนว่าหลายๆ คนยังมองสงกรานต์ในมุมที่ไม่เปิดกว้าง และไม่เข้าใจแก่นที่แท้จริง
เพราะหากเข้าใจว่าสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมร่วมในภูมิภาค เราก็คงไม่คิดว่าสิงคโปร์ขโมยสงกรานต์ของไทย รวมทั้งคิดจะจดลิขสิทธิ์
นอกจากนี้ หากคนไทยคำนึงถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม ทั้งการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เข้าวัดทำบุญ เล่นน้ำอย่างสุภาพ ไม่ใช่มองแค่สาดสงครามน้ำและกิจกรรมบันเทิงเริงใจ ก็ไม่ต้องกลัวว่าความดีงามของประเพณีสงกรานต์จะหายไป ไม่ว่าประเทศไหนจะจัดงานใหญ่โต
ที่สำคัญสงกรานต์ควรเป็นเทศกาลของทุกคน ไม่ว่าชาติใด ศาสนาใด







