
ตลาดคนรวยยังแกร่งไทยพาณิชย์ "เอสซีบีเฟิร์ส"
แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2557 จะซบเซาลงจากผลของสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปี 2556
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2557 จะซบเซาลงจากผลของสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปี 2556 ซึ่งฉุดให้ตัวเลขการค้า การลงทุน และการบริโภคทุกภาคส่วนปรับตัวลงอย่างถ้วนหน้า อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าตลอดช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่สหรัฐและกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเผชิญวิกฤตการณ์ภาคการเงินจนนำไปสู่การอัดฉีดสภาพคล่องมหาศาล ความมั่งคั่งก็ได้หลั่งไหลมาสู่ภูมิภาคเอเชียอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีจำนวนเศรษฐีหน้าใหม่เพิ่มขึ้น หรือเศรษฐีหน้าเดิมแต่ร่ำรวยขึ้น
จากการประเมินของธนาคารเอชเอสบีซี พบว่า ความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น มีปริมาณ เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากในปี 2011 ขณะที่รายงานของ แคปเจมิไน และอาร์บีซี เวลธ์ แมนเนจเมนต์ ในปี ที่ผ่านมา พบว่า เศรษฐีในเอเชียแปซิฟิกมีจำนวนเพิ่มขึ้น 9.4% อยู่ที่ 3.68 ล้านคน ซึ่งนำโดยกลุ่มคนรวยที่เพิ่มขึ้นในอินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ “ประเทศไทย”
ผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปีนี้ธนาคารยังมุ่งเน้นเพิ่มบริการพิเศษให้กับลูกค้ากลุ่ม “เอสซีบี เฟิร์ส” หรือลูกค้าที่มีเงินฝาก เงินลงทุน หรือเบี้ยประกันชีวิตตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าอยู่ 2 หมื่นราย คิดเป็นจำนวนเงินภายใต้การบริหาร 4 แสนล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็นเจ้าของธุรกิจ 70% และผู้มีเงินเดือน 30% ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ามีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 1 หมื่นราย เป็น 3 หมื่นราย
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัจจุบันมีการแข่งขัน ในการดึงดูดลูกค้าระดับบนค่อนข้างสูง ทำให้ลูกค้า 1 รายจะมีการใช้บริการประเภทไปรเวตแบงก์กิ้งกับหลายธนาคาร หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 ธนาคาร โดยไทยพาณิชย์วางเป้าหมายให้เป็นธนาคารหลักที่ลูกค้ากลุ่มนี้ใช้บริการ ด้วยการเน้นบริการที่ปรึกษาทางการเงินที่ครอบคลุม และให้คำแนะนำที่ตรงกับความต้องการและการรับความเสี่ยงของลูกค้าได้มากที่สุด
ผกาฉัตร กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารมีที่ปรึกษาทางการเงิน (RM) สำหรับลูกค้าเอสซีบี เฟิร์ส ประมาณ 200 คน ซึ่งปีนี้จะเพิ่มจำนวนอย่างน้อย 50% เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น โดยที่ปรึกษาทางการเงินต้องได้รับการฝึกอบรมด้านความรู้การลงทุน ผลิตภัณฑ์การลงทุนต่างๆ รวมทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโดยทั่วไป ขณะเดียวกัน ธนาคารมีระบบการจัดสรรสินทรัพย์ให้เพิ่มพูนอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Asset Allocation Management) ที่จะจัดสรรผลิตภัณฑ์ตามความเสี่ยงของลูกค้าที่ได้รับผลตอบแทนมากที่สุด
“การจัดสรรสินทรัพย์เราแบ่งตามความเสี่ยง 5 ระดับ ตั้งแต่เงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารหนี้ผสมทุน ตราสารทุน และโภคภัณฑ์ โดยสัดส่วนของลูกค้าเฟิร์ส 65% จะเป็นลูกค้าเงินฝาก และอีก 35% จะมีพอร์ตการลงทุน ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนคนทั่วไปที่จะแบ่งเป็นเงินฝาก 80 ลงทุน 20” ผกาฉัตร กล่าว
อย่างไรก็ดี จากเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัว และเป็นช่วงดอกเบี้ยระดับต่ำส่งผลให้ผลตอบแทนเงินฝากค่อนข้างต่ำ ทำให้ขณะนี้มีลูกค้าเงินฝากโยกเงินเข้าไปยังพอร์ตการลงทุนเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งสิ้นปีจะเห็นสัดส่วนลูกค้าลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 3637% ได้ โดย ทิศทางการลงทุนในปัจจุบันที่ผลตอบแทนแนวโน้มดี ยังคงเป็นตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ ยุโรป และจีน ธนาคารจึงแนะนำผลิตภัณฑ์กองทุนตราสารต่างๆ ที่เน้นลงทุนต่างประเทศเป็นหลัก
ผู้บริหารไทยพาณิชย์ กล่าวด้วยว่า แต่ละปีธนาคารจะมีกิจกรรมพิเศษสำหรับลูกค้าระดับบน ซึ่งปีนี้มองว่าด้วยฐานลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นนักธุรกิจ จึงต้องการเปิดโอกาสขยายธุรกิจของลูกค้า โดยเฉพาะที่ไทยกำลังจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งประเทศที่มองว่าธุรกิจไทยมีโอกาส คือ พม่า ที่เพิ่งเปิดประเทศและมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างมาก ซึ่งทางธนาคารจะมีการจัดสัมมนาเปิดโลกเออีซี เจาะลึกพม่า 360 องศา เฟิร์ส ทอล์ก โดยตั้งเป้ามีลูกค้าเข้าร่วม 500 คน เพื่อขยายโอกาสไปยังจุดหมายใหม่ๆ ต่อไป







