
แฟรนไชส์อู้ฟู่2.2แสนล้าน
คนทำงานแห่ลงทุนเปิดธุรกิจคึกคักสวนกระแสเศรษฐกิจซบการเมืองร้อนแรง
คนทำงานแห่ลงทุนเปิดธุรกิจคึกคักสวนกระแสเศรษฐกิจซบการเมืองร้อนแรง
ธุรกิจแฟรนไชส์ปีนี้มาแรงขยายตัว 10% มูลค่าพุ่งทะลุ 2.2 แสนล้านบาท คนทำงานรุ่นใหม่แห่เปิด
นายพีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ เปิดเผยว่า ในปีนี้ภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์มีความคึกคักและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ โดยคาดว่าจะมีบริษัทเปิดให้ลงทุนแฟรนไชส์เพิ่มเป็น 500 บริษัท เติบโต 10% คนที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจแฟรนไชส์มีจำนวน 3,0005,000 คน เพิ่มขึ้น 58% และมูลค่าของธุรกิจแฟรนไชส์และการซื้อขายธุรกิจรวมสูงถึง 2.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน
ทั้งนี้ ธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศปีนี้กลับมาโตได้ดีอีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ทำให้คนลงทุนจะเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีระบบมีมาตรฐาน มีแบรนด์ที่คนไทยรู้จัก จึงไม่เลือกเปิดธุรกิจใหม่ เพราะมีความเสี่ยงสูง ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีข้อยุตินั้น ไม่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุน เป็นผลมาจากผู้บริโภคเริ่มชินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยคนที่ทำธุรกิจส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท
สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ในปีนี้ที่จะเติบโตและมาแรง ได้แก่ ธุรกิจอาหาร เพราะอาหารมีความจำเป็นต่อผู้บริโภค รองลงมา ธุรกิจบริการในด้านต่างๆ ทั้งบริการรถเช่า บริการล้างรถ ซ่อมบำรุงรถ ธุรกิจซักเสื้อผ้าและรีดผ้า ธุรกิจความงาม เสริมสวย ธุรกิจโรงแรม ฯลฯ เพราะเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
ขณะเดียวกันยังมีแฟรนไชส์แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น กลุ่มอาหาร และเสื้อผ้าเตรียมเข้ามาเปิดธุรกิจในไทยจำนวนมาก รองลงมาประเทศเกาหลีใต้ กลุ่มอาหาร และเครื่องสำอาง ประเทศสหรัฐ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เพราะเชื่อมั่นกับประเทศไทยที่ตลาดยังเติบโตดีอยู่
อย่างไรก็ตาม ในปีก่อนตลาดรวมธุรกิจแฟรนไชส์ติดลบ 8% โดยมีบริษัทแฟรนไชส์ 368 บริษัท และมีบริษัทเลิกการทำธุรกิจในปีก่อน 136 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นแฟรนไชส์ขนาดเล็กที่ไม่มีความแข็งแกร่ง และคนลงทุนใช้เงินลงทุนต่ำในระดับ 1 หมื่น1 แสนบาท







