
ออสเตรเลียโมเดลไมเนอร์โกยรายได้เทศ60%
แม้ไมเนอร์กรุ๊ปจะเริ่มธุรกิจในไทยด้วยการนำสินค้าเข้ามาขายตรง เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งดิกชันนารี มีรายได้จากในประเทศเป็นหลัก แต่แผน 5 ปี (2557-2561) จากนี้ สัดส่วนรายได้ปีละกว่า 3.69 ล้านบาท เมื่อปี 2556 ที่มาจากในประเทศ 71% จากต่างประเทศ 29% โดยมาจากประเทศออสเตรเลีย 13% จะกลับกันเป็นรายได้จากต่างประเทศ 60% ในประเทศเหลือ 40% ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15-20%
แม้ไมเนอร์กรุ๊ปจะเริ่มธุรกิจในไทยด้วยการนำสินค้าเข้ามาขายตรง เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งดิกชันนารี มีรายได้จากในประเทศเป็นหลัก แต่แผน 5 ปี (2557-2561) จากนี้ สัดส่วนรายได้ปีละกว่า 3.69 ล้านบาท เมื่อปี 2556 ที่มาจากในประเทศ 71% จากต่างประเทศ 29% โดยมาจากประเทศออสเตรเลีย 13% จะกลับกันเป็นรายได้จากต่างประเทศ 60% ในประเทศเหลือ 40% ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15-20%
วิลเลี่ยม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวหลังเปิดโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ พรีเมียม โอ๊คส์ แห่งที่ 48 ที่บริสเบน ออสเตรเลีย ว่า ขณะนี้มีตลาดเกิดใหม่ให้ขยายธุรกิจของไมเนอร์ได้อีกมาก เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง อีกทั้งหลายปีที่ผ่านมาไทยมีปัญหาการเมืองต่อเนื่อง และกระทบธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจหลัก โดยปัจจุบันไมเนอร์มีรายได้จากโรงแรม 50% อาหาร 40% ไลฟ์สไตล์ 10%“การขยับไปหารายได้จากต่างประเทศใน 5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าเติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% โดยรายได้ส่วนใหญ่จะยังมาจากกลุ่มโรงแรมสัดส่วน 50% กลุ่มอาหาร 40% ที่เหลือเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ 10% ซึ่งกลุ่มโรงแรมจะขยายเพิ่มเป็นกว่า 200 แห่ง กลุ่มอาหารเพิ่มเป็นกว่า 2,500 สาขา
ดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงแรม ไมเนอร์ โฮเต็ล กรุ๊ป กล่าวว่า ในแอฟริกายังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก มีการเติบโตของเศรษฐกิจกว่า 810% ส่วนไทยเศรษฐกิจเติบโตเหลือ 24% และหากการเมืองยังยืดเยื้อ เศรษฐกิจก็จะโตต่ำกว่า 2%
ทั้งนี้ การขยายลงทุนในแอฟริกา เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อโรงแรม 3 แห่งในโมซัมบิก แอฟริกา จากเดิมมีโรงแรมที่แทนซาเนียและเคนยา ใช้ชื่อเอลวาน่า โดยแผน 5 ปีจะมีโรงแรมเพิ่มเป็นกว่า 2,500 สาขา ภายใต้ 5 แบรนด์ คือ อนันตรา เป็นโรงแรม 5 ดาว โอ๊คส์ (OAKS) โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ พรีเมียม เอลวาน่า (ELEWANA) รูปแบบลอดจ์/แคมโฮเต็ล อวานี (AVANI) โรงแรมรองจากห้าดาว และเพอร์ เอคูม (PER AQUUM) โรงแรมลักซ์ชัวรี่ เจาะนิชมาร์เก็ตเฉพาะกลุ่ม ส่วนบัดเจ็ตโฮเต็ลยังไม่มีแผนเข้าไปทำตลาดเพราะเป็นตลาดที่ต้องอาศัยยอดขายปริมาณมากถึงจะคุ้มในการลงทุน
สำหรับกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจจะมี 3 ขั้นตอน คือเริ่มจาก 1.รับจ้างบริหารโรงแรม ซึ่งจะทำให้ไมเนอร์ได้ศึกษาผู้ใช้บริการโรงแรม ว่าความต้องการแท้จริงอยู่ในรูปแบบไหน เหมาะกับโรงแรมคอนเซปท์ใด กำลังซื้อเป็นอย่างไร จากนั้นขั้นที่ 2.จะเข้าไปร่วมทุนเพื่อสร้างพันธมิตรท้องถิ่น และขั้นที่ 3.จะเข้าไปลงทุนเองโดยการเข้าไปขยายโรงแรม ไมเนอร์จะขยายหลายสาขาในแต่ละประเทศ มากกว่า 23 แห่ง
การใช้กลยุทธ์ดังกล่าว เห็นความสำเร็จจากการเข้าซื้อกิจการโรงแรมโอ๊คส์ในปี 2554 ที่มี 38 แห่ง ผ่านไป 3 ปี ไมเนอร์ขยายโอ๊คส์เพิ่มเป็น 48 แห่ง โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่แกลดตัน ควีนแลนด์ ออสเตรเลีย รวมทั้งการเข้าซื้อโรงแรมที่มูลูลาบาด้วยงบ 9 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ 270 ล้านบาท ได้ตัวโรงแรม และที่ดินด้านหน้าติดถนน จากนั้นใช้งบ 6 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ 180 ล้านบาท ปรับปรุงห้องพัก สร้างเป็นรีสอร์ทเพิ่ม และลงทุนสวนน้ำ ผ่านไปแค่ 5 เดือนสามารถคืนทุนที่ลงไป 15 ล้านเหรียญออสเตรเลีย จากรายได้ค่าเข้าพัก และขายรีสอร์ทไป 2 หลัง จาก 9 หลัง เท่ากับ 5 เดือนได้โรงแรมแห่งนี้ฟรี หลังจากนี้คือกำไร
ดังนั้นจะนำรูปแบบดังกล่าวไปขยายในแอฟริกา ตะวันออกกลาง จีน ศรีลังกา ขณะที่ในไทยไมเนอร์ยังคงลงทุนต่อเนื่อง เช่นที่ อนันตรา ภูเก็ต อวานี ถนนเจริญนคร ส่วนผลกระทบการเมืองยอมรับว่ากระทบกับโรงแรมที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมการเมือง แต่จากการมีโรงแรมในเครือถึง 20 แห่ง โดนกระทบไม่กี่แห่ง และโรงแรมไมเนอร์รวมมีกว่า 105 แห่ง กระจายอยู่ต่างประเทศ ทำให้ผลกระทบโดยรวมมีเพียงเล็กน้อย การเมืองต่อโรงแรมของกลุ่มจึงมีเพียงเล็กน้อย ปีนี้จึงตั้งเป้ากลุ่มโรงแรมโต 1015%แต่ก็อยากให้การเมืองจบเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบกับยอดจองไฮซีซั่นหน้าที่จะทยอยเริ่มจองกันช่วงนี้
ด้านกลุ่มอาหาร พอล เคนนี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และปัทมาวลัย รัตนพล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ร่วมกันกล่าวว่า กลุ่มอาหารจะเป็นหัวหอกออกไปทดลองตลาดต่างประเทศเช่นเดียวกับที่ออสเตรเลีย กลุ่มอาหารเข้ามาร่วมทุนกับร้านเดอะคอฟฟี่คลับ ทำให้มีข้อมูลทางธุรกิจ การตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และการตัดสินใจเข้าซื้อกิจการโอ๊คส์ ผ่านมา 3 ปีมูลค่ารวมของโอ๊คส์เพิ่มขึ้นมาแล้วกว่าเท่าตัวซึ่งในประเทศอื่นๆ กลุ่มอาหารของไมเนอร์ได้ขยายเข้าไปปูทางไว้
ขณะที่แผน 5 ปี กลุ่มอาหารจะเพิ่มกว่า 2,500 สาขา โดยปีนี้ในไทยตั้งเป้าโต 12-15% ใช้งบลงทุน 1,000 ล้านบาท ขยายกว่า 260 สาขา แบ่งเป็นในประเทศ 90 แห่ง ที่เหลือเป็นต่างประเทศ ทำให้ปีนี้กลุ่มอาหารมีสาขารวมเพิ่มเป็นกว่า 1,500 สาขา ส่วนริบแอนด์รัมส์ คาดปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า
ต้องติดตามว่าออสเตรเลียโมเดลของไมเนอร์ตามแผน 5 ปี จะปรับพลิกรายได้หลักมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดใหม่ตามนิยามของไมเนอร์ได้ตามเป้าแค่ไหน







