posttoday
กระแสออนไลน์จีนบูมธุรกิจสบช่องจับลูกค้า

กระแสออนไลน์จีนบูมธุรกิจสบช่องจับลูกค้า

08 เมษายน 2557

อี-คอมเมิร์ซ คือช่องทางการจำหน่ายสินค้าของธุรกิจยุคใหม่ ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากมองในตลาดประเทศจีน พบว่า ยอดการซื้อสินค้าออนไลน์ของชาวจีนน่าจะสูงถึง 2.745 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ โดยคาดว่าสัดส่วนของอีคอมเมิร์ซบนอุปกรณ์ไร้สาย เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือ โมบายคอมเมิร์ซ จะมีมูลค่าสูงถึง 5.162 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือสูงกว่าปีที่ผ่านมาเกือบเท่าตัว

อี-คอมเมิร์ซ คือช่องทางการจำหน่ายสินค้าของธุรกิจยุคใหม่ ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากมองในตลาดประเทศจีน พบว่า ยอดการซื้อสินค้าออนไลน์ของชาวจีนน่าจะสูงถึง 2.745 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ โดยคาดว่าสัดส่วนของอีคอมเมิร์ซบนอุปกรณ์ไร้สาย เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือ โมบายคอมเมิร์ซ จะมีมูลค่าสูงถึง 5.162 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือสูงกว่าปีที่ผ่านมาเกือบเท่าตัว

ปัจจุบัน จำนวนยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนคิดเป็นกว่า 80% ของยอดขายโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงมองกันว่า ธุรกิจโมบายคอมเมิร์ซ หรือเรียกสั้นๆ ว่า เอ็มคอมเมิร์ซ น่าจะเติบโตได้เร็วกว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซโดยรวมเสียอีก ซึ่งจะกลายเป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทต่างๆ ซึ่งอยู่ในวงการนี้จะต้องให้ความสนใจกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตมากขึ้นด้วย

บทความใน www.fidelity.com วิเคราะห์ว่า ธุรกิจอินเทอร์เน็ตในจีนกำลังพัฒนาไปอีกขั้น เป็นผลจากตลาดสมาร์ทโฟนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บริษัทต่างๆ ก็กำลังโอนถ่ายธุรกิจของตัวเองจากที่เคยทำบนคอมพิวเตอร์พีซีเพียงอย่างเดียว มาเป็นการอาศัยอุปกรณ์ไร้สายอย่างสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตมากขึ้น

โดยเหตุผลสำคัญ 2 ประการที่ทำให้นักช็อปออนไลน์ชาวจีนหันมาใช้สมาร์ทโฟนซื้อสินค้ามากขึ้น เพราะว่าบรรดาผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ เช่น Alibaba และ JD ต่างพยายามอัดโปรโมชั่นอย่างหนักเพื่อดึงให้ลูกค้ามาใช้บริการ ขณะที่ผู้บริโภคยุคใหม่จำนวนมากก็เลือกที่จะใช้เวลาเล็กๆ น้อยๆ ซื้อของออนไลน์บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต มากกว่าจะไปเดินช็อปปิ้งในศูนย์การค้าจริงๆ

ขณะเดียวกัน ตลาดออนไลน์ ยังได้รับอานิสงส์จากสมาร์ทโฟนเมดอินไชน่า ราคาย่อมเยา ที่ทำให้ชาวจีนในทุกระดับสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น โดยข้อมูลของอนาลิสส์ บริษัทที่ปรึกษาด้านไอทีในจีน ระบุว่า ปัจจุบันคนใช้อินเทอร์เน็ตในจีนประมาณ 62% มีรายได้ไม่ถึง 4,000 หยวนต่อเดือน (640 เหรียญสหรัฐ) ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนี่เองทำให้โมบาย อินเทอร์เน็ตในจีนกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในแดนมังกร

การช็อปปิ้งออนไลน์ในเมืองจีนกำลังเติบโตอย่างมาก เพราะสะดวกและประหยัดมากกว่าการไปซื้อของตามศูนย์การค้า ทำให้ตอนนี้นอกจากคนเมืองรุ่นใหม่ที่เลือกซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยออนไลน์ในราคาที่ถูก ชาวจีนในต่างจังหวัดยังนิยมใช้ช่องทางนี้ซื้อสินค้าที่หาไม่ได้ในเมืองของตัวเองด้วย

ไอรีเสิร์ช ให้ข้อมูลว่า ในปี 2556 มูลค่าของโมบาย ช็อปปิ้งโตพรวดพราดถึง 165% เป็น 1.68 แสนล้านหยวน (2.7 หมื่นล้านเหรีญสหรัฐ) หรือคิดเป็น 9% ของตลาดช็อปปิ้งออนไลน์ทั้งหมด เทียบกับปี 2555 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 4.8% เท่านั้น พร้อมประเมินว่ามูลค่าน่าจะถึงระดับ 1 ล้านล้านหยวนในปี 2560 หรือเกือบ 25% ของตลาดอีคอมเมิร์ซทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเติบโตของตลาดโมบายคอมเมิร์ซ ตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วไปของจีน ก็ยังคงมีความน่าสนใจอยู่ และกลายเป็นช่องทางให้บางอุตสาหกรรมสามารถระบายสินค้าออกจากสต๊อกได้ โดยล่าสุด เมืองจินเจียง ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงรองเท้าของจีน ได้หันมาอาศัยอีคอมเมิร์ซเพื่อสู้กับภาวะซบเซาของตลาด ซึ่งทำให้มียอดรองเท้าค้างสต๊อกและร้านค้าปิดตัวไปจำนวนมาก

หลิวเหวิ่นหรู่ นายกเทศมนตรีของเมือง ชี้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมรองเท้า และปัจจุบันบริษัทมากกว่า 70% ได้หันมาสร้างเว็บไซต์เพื่อวางจำหน่ายสินค้าของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับค่าเช่าร้าน และต้นทุนการสต๊อกสินค้าไว้ในร้านที่สูงขึ้น ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เมื่อปีที่ผ่านมา ยอดการซื้อขายสินค้าของอุตสาหกรรมรองเท้าผ่านอินเทอร์เน็ตมีมูลค่าสูงถึง 3.8 หมื่นล้านหยวน (6,100 ล้านเหรียญสหรัฐ)

ทั้งนี้ เมื่อปี 2556 อุตสาหกรรมรองเท้าเมืองจินเจียงผลิตรองเท้าทั้งหมดมูลค่าประมาณ 8.85 หมื่นล้านหยวน (1.427 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 6.6% จากปี 2555

เห็นการเติบโตของตลาดโมบายคอมเมิร์ซของจีนแบบนี้แล้ว อาจพูดได้ว่า นี่คืออีกหนึ่งช่องทางที่ผู้ประกอบการไทยจะใช้เป็นเครื่องมือในการเจาะตลาดแดนมังกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี