
ไร้ยุทธศาสตร์
หลายคนตั้งคำถามว่าเขาวัดขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศกันอย่างไร ใช้อะไรเป็นบรรทัดฐาน
หลายคนตั้งคำถามว่าเขาวัดขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศกันอย่างไร ใช้อะไรเป็นบรรทัดฐาน
ถนน รถไฟ ระบบขนส่ง เพื่อลดต้นทุนในการผลิตตามที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศและพยายามจะออกกฎหมายกู้เงินอันพิสดาร 2 ล้านล้านบาท มาลงทุนกระนั้นหรือ
ในการวัดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ นั้น ดัชนีชี้วัดที่ใช้นั้นมีทั้งสิ้น 12 ดัชนีชี้วัดจาก 3 ดัชนีหลัก ซึ่งในแต่ละดัชนีจะสะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อนและความท้าทายของประเทศต่างๆ ในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
องค์กรที่ได้รับการยอมรับในการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศมี 2 องค์กร คือ สถาบันการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development : IMD) และWorld Economic Forum (WEF)
WEF เขาทำการวัด 144 ประเทศ ขณะที่ IMD เขาจะเลือกจัดอันดับเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา ประเทศอุตสาหกรรม รวม 60 ประเทศ
ปี 2556 IMD จัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันอยู่ที่อันดับที่ 27 จาก 60 ประเทศ ดีขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่อันดับที่ 30 ประเทศในเอเชียที่ทำได้ดีกว่าเรา คือ สิงคโปร์ ได้อันดับ 5 มาเลเซีย ได้อันดับ 15
ผมพลิกไปดูเนื้อในการวัดขีดความสามารถในการแข่งขันแล้วพบว่า ในการจัดอันดับนั้น IMD เขาจะวัดจากปัจจัยหลัก 4 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านประสิทธิภาพของรัฐ ด้านประสิทธิภาพของภาคเอกชน และด้านความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ปรากฏว่า ทั้ง 4 ด้านนี้ ประเทศไทยเราได้อันดับที่ 9, 22, 18 และ 48
เมื่อตรวจสอบการวัดปัจจัยหลักความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น เช่น ถนนหนทาง รถไฟ สนามบิน ไทยได้อันดับที่ 25
โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ไทยได้อันดับที่ 47
โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ ไทยได้อันดับที่ 40
ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ไทยได้อันดับ ที่ 55
ด้านการศึกษา ไทยได้อันดับที่ 51
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า โครงสร้างพื้นฐานของไทยด้านถนนหนทาง สนามบินของไทยนั้นดีมาก มีเพียงสิงคโปร์เท่านั้นที่มีขีดความสามารถสูงกว่าไทยในภูมิภาคนี้
แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษาของไทยต่างหากที่ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยไม่ดีเอามากๆ
แต่เงินที่รัฐบาลเลือกทุ่มเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่ต้องกู้มาใช้หนี้กันยาวชั่วลูกชั่วหลานกลับลงไปในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในจุดที่เราแข็งอย่างเต็มที่ ได้มีการลงไปเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในด้านที่เราด้อยแม้แต่น้อย
ทั้งที่จุดด้อยเหล่านั้น คือ อุปสรรคสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ผมจึงบอกว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ออกนโยบายผิดที่ผิดทางและหมกเม็ด
หรือว่าการลงทุนในด้านการสร้างถนน รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูงนั้นมันง่ายที่จะทำให้เงินใต้โต๊ะมันร่วงลงรายทาง
วิธีการแบบนี้มันถูกนิสัยของนักการเมืองและกลุ่มทุนใช่หรือไม่
วิธีคิด วิธีกระทำ วิธีการปั่นหัว สร้างแรงจูงใจแก่ชาวบ้านให้เห็นโอกาสการพัฒนาประเทศ จึงแฝงเร้นไปด้วยผลประโยชน์ที่ตกอยู่รายทางมหาศาล
ไม่เช่นนั้นคงไม่มีนักพัฒนาที่ดินที่ใกล้ชิดกับผู้นำรัฐบาลออกมาโวยวายว่าเสียหายจากการไปกว้านซื้อที่ดินไว้จำนวนมาก...







