
แก้ปัญการถบัสซิ่งต้องบังคับทำประกันชั้น1
โดย...วารุณี อินวันนา
โดย...วารุณี อินวันนา
เมื่อเร็วๆ นี้ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ รายงานผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกนในสหรัฐ ว่าไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการตายบนท้องถนนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
รายงานฉบับดังกล่าวรวบรวมสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเปรียบเทียบกับจำนวนประชากร ประเทศไทยเป็นอันดับที่ 2 ของโลก มีคนเสียชีวิต 44 คนต่อประชากร 1 แสนคน แพ้แค่ประเทศนามิเบีย คน ตามด้วยอิหร่าน ซูดาน และสวาซิแลนด์ ที่ติด 5 อันดับประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลก
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะอุบัติเหตุสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมของชาติอย่างมาก ล่าสุดเกิดอุบัติเหตุรถบัส 2 ชั้น ตกเหวที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 30 ราย และอยู่ในโรงพยาบาลอีก 22 ราย นับเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้คนเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้
เรื่องอุบัติเหตุจากรถบัส 2 ชั้น เกิดขึ้นบ่อยและสร้างความเสียหายมากกว่ารถบัสชั้นเดียว เพราะจำนวนคนที่บรรทุกขึ้นไป จนทำให้กระทรวงคมนาคมให้กรมการขนส่งทางบกออกระเบียบห้ามไม่ให้รถบัส 2 ชั้น วิ่งขึ้นบนทางลาดชันหรือวิ่งขึ้นเขานั่นเอง
รถบัส 2 ชั้นตกเหวที่ อ.แม่สอด ทำประกันภัยรถภาคบังคับ(พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัทมิตรแท้ประกันภัย ทำประกันภัยรถภาคสมัครใจประเภท 3 ไว้กับบริษัทวิริยะประกันภัย และทำประกันกลุ่มการเดินทางไว้กับบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์
อรัญ ศรีว่องไทย กรรมการบริหารและรองกรรมการอาวุโส บริษัท มิตรแท้ประกันภัย กล่าวว่า รถบัส 2 ชั้นสามารถวิ่งส่วนไหนบนพื้นดินได้ โดยที่ผ่านมาแทบจะไม่เคยเกิดเหตุรถบัส 2 ชั้นตกเหวหรือตกเขา เพราะคนขับมีความชำนาญทางและมีความเชี่ยวชาญในการบังคับรถ ทำให้บริษัทประกันภัยยังคงรับประกันตามปกติ
อรัญ กล่าวอีกว่า การคิดเบี้ยประกันรถบัสจะคิดตามจำนวนที่นั่ง ไม่ได้แยกเป็นรถชั้นเดียวหรือ 2 ชั้น
สำหรับรถบัสแยกออกเป็น 3 กลุ่ม คือ รถบัสส่วนบุคคล รถบัสรับจ้างหรือให้เช่า และรถบัสรับจ้างสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน จะคิดเบี้ยประกันตามจำนวนที่นั่ง ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้จะมีขนาดไม่เกิน 20 ที่นั่ง ไม่เกิน 40 ที่นั่ง และเกิน 40 ที่นั่ง
นอกจากจะทำประกัน พ.ร.บ.แล้ว รถบัสจะทำประกันภัยภาคสมัครใจประเภท 3 คือ คุ้มครองชีวิตบุคคลภายนอกเท่านั้น ซึ่งขนาดรถบัสไม่เกิน 20 ที่นั่ง เบี้ยประกันจะอยู่ระดับ 1 หมื่นบาทต่อปี และถ้าไม่เกิน 40 ที่นั่ง จะอยู่ประมาณ 1.8 หมื่นบาทต่อปี และเบี้ย พ.ร.บ.อยู่ที่ 4,093 บาท และถ้าเกิน 40 ที่นั่ง เบี้ยประกันประเภท 3 จะประมาณ 2.2 หมื่นบาทต่อปี ส่วนเบี้ย พ.ร.บ.อยู่ที่ 4,974 บาท
ขณะที่ประกันชั้น 1 เจ้าของรถบัสไม่นิยมทำประกันภัย เพราะเบี้ยสูงประมาณ 7 หมื่นบาทต่อปี ทางเจ้าของจึงรับความเสี่ยงในเรื่องการซ่อมรถเอง ซึ่งมีราคาสูงเช่นกัน เช่น ค่าซ่อมกระจกหน้ารถแผ่นละ 1.2 แสนบาท หรืออุปกรณ์ด้านข้างของรถ 1 ชิ้น ราคา 2 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม รถบัส 2 ชั้น หรือรถบัสทั่วไป ไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุบ่อยมากนัก ทำให้บริษัทประกันภัยสามารถทำตลาดได้ตามปกติ และถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์รถบัสเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ 2 ครั้ง ก็ไม่ได้ทำให้บริษัทประกันปฏิเสธการรับประกันรถบัสคันอื่นๆ จากเจ้าของรถที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ ในการรับประกันภัยรถบัสและรถบัส 2 ชั้น จะมีการให้เจ้าของรถร่วมรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรก คือ ดีดักส์ 1 หมื่นบาทแรกในทุกความคุ้มครองที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและค่าเสียหายส่วนแรกของทรัพย์สินบุคคลภายนอก 5,000 บาท ทุกความคุ้มครองที่เกิดขึ้น
ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ทายาทผู้เสียชีวิตจะได้รับค่าสินไหมจากประกันพ.ร.บ. 2 แสนบาท และ ประกันภาคสมัครใจ ประเภท 3 อีก 1 แสนบาท รวม 3 แสนบาท หากผู้เสียชีวิต มีสามี ภรรยา หรือ พ่อ แม่ ผู้รับประโยชน์จะได้ค่าชดเชยการขาดไร้ผู้อุปการะอีก 2 แสนบาทจากประกันภัยภาคสมัครใจ รวมเป็น 5 แสนบาท ซึ่งในกรณีหลังผู้รับประโยชน์จะต้องดำเนินการแจ้งข้อมูลและเอกสารยืนยันอีกครั้ง
สำหรับการประกันกลุ่มการเดินทางที่ทำไว้กับบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์จะได้รับความคุ้มครอง 5 แสนบาทต่อราย โดยจ่ายเบี้ยประกันกลุ่มในกรณีนี้รวม 5,000 บาท
อรัญ กล่าวว่า ปัญหาของรถบัส คือ ซื้อประกันภาคสมัครใจต่ำกว่าจำนวนที่นั่ง เช่น รถมีที่นั่งไม่เกิน 40 คน แต่ซื้อประกันภาคสมัครใจเพียง 30 คน ทำให้อีก 10 คน ไม่ได้รับความคุ้มครอง ซึ่งทายาทจะต้องไปฟ้องร้องกับเจ้าของรถบัสเอง จะมาโทษว่าบริษัทประกันภัยไม่จ่ายค่าสินไหมหรือเบี้ยวค่าสินไหมไม่ได้
นอกจากนี้ ยังพบปัญหารถบัสมีการสวมหลายทะเบียน หากทะเบียนขับขี่ขณะเกิดเหตุไม่ใช่ทะเบียนที่นำมาทำประกันภัยภาคสมัครใจ ก็จะไม่ได้รับคุ้มครองจากประกันภัยภาคสมัครใจ แม้จะเป็นรถคันเดียวกัน แต่ยังได้รับความคุ้มครองจากประกันภัย พ.ร.บ.
จากการที่กระทรวงคมนาคมออกมาตื่นเต้นจะคุมรถบัส 2 ชั้นขึ้นเขา ทำได้แค่ออกเป็นกฎกระทรวง คงไม่พอ ต้องแก้ไข พ.ร.บ.ขนส่ง
ฉะนั้น ผู้โดยสารรถบัสต้องแขวนชีวิตไว้กับพลขับที่มีความแม่นยำชำนาญทางอย่างเดียว ดั่งนักเสี่ยงโชค นักท่องเที่ยวจากไทยหลายหมื่นคนเคยผ่านการนั่งรถบัสขึ้นเก็นติ้งไฮแลนด์ แหล่งบันเทิง ชมวิว ที่ประเทศมาเลเซียมาแล้ว ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,860 เมตร ก็ยังให้บริการรถบัสมาถึงทุกวันนี้







