posttoday
เพิ่ม-ลด-หด-ขยาย ถ้าเป้าหมายไกลเกินฝัน

เพิ่ม-ลด-หด-ขยาย ถ้าเป้าหมายไกลเกินฝัน

06 เมษายน 2557

แม้ว่า จะมีคติธรรมประจำใจ ว่า “ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง” โดยเฉพาะเป้าหมายทางการเงินที่ชีวิตนี้มีมากมาย

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์ [email protected]

แม้ว่า จะมีคติธรรมประจำใจ ว่า “ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง” โดยเฉพาะเป้าหมายทางการเงินที่ชีวิตนี้มีมากมายหลายเป้าหมายให้วิ่งชน แต่การพลาดเป้าหมายไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิดบาปจนเกินจะอภัย

ตราบใดที่เรายังไม่ยกเลิกความฝัน

แต่ที่สำคัญ คือ เราจะจัดการอย่างไรกับเป้าหมายที่ดูเหมือนว่า จะอยู่ไกลเกินไป

vเริ่มต้นที่บันไดขั้นแรก

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เป้าหมายทางการเงินของเรามันอยู่ใกล้ หรือไกล แค่ไหน ถ้าเป้าหมายในใจของเรายังไม่ชัดเจน

ดังนั้น ในบันไดขั้นแรก ของ KExpert Workshop เรื่อง “บันไดการเงิน 4 ขั้น สู่ฝันเป็นจริง” โดยธนาคารกสิกรไทย จึงเริ่มต้นที่ “ความชัดเจนกับเป้าหมาย”

ถ้าอยากจะรู้ว่า เป้าหมายทางการเงินของเรามีความชัดเจนดีแล้วหรือยัง ต้องใช้หลัก 4P ได้แก่ Purpose – Period – Possibility – Priority

เป้าหมายชัดเจน (Purpose) ต้องบอกให้ชัดว่า เป้าหมายของเราหน้าตาเป็นแบบไหน เช่น ถ้าเป้าหมายเรา คือ ซื้อรถยนต์ ต้องบอกให้ได้ว่า รถยนต์คันนั้น คือ รถอะไร รุ่นอะไร สีอะไร และราคาเท่าไร เพื่อให้เป้าหมายนั้นสามารถ “จับต้องได้”

ระยะเวลาแน่นอน (Period) จากนั้นต้องกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนว่า เราจะต้องไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในเวลากี่ปี หรือกี่เดือน

เป็นไปได้จริง (Possibility) เรามีสิทธิฝันอะไรก็ได้ แต่ถ้ามันไม่สามารถเป็นไปได้จริง มันก็เป็นเพียงฝันลมๆ แล้งๆ ไม่ใช่เป้าหมายที่สามารถจะทำได้จริง เพราะฉะนั้นเป้าหมายของเราจะต้องประเมินศักยภาพและความสามารถของเราเองด้วยว่า ทำได้จริงหรือไม่ เช่น ถ้าฝันจะซื้อบ้านราคา 10 ล้านบาท ภายในเวลา 1 ปี ทั้งๆ ที่รายได้อยู่ในหลักหมื่นต้นๆ ก็คงมีโอกาสเป็นไปได้ยาก

จัดลำดับความสำคัญ (Priority) เพราะในชีวิตนี้เราไม่ได้มีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว ซึ่งแต่ละเป้าหมายมีความสำคัญและมีความเร่งด่วนแตกต่างกันไป ทำให้เราต้องมาจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมาย

ใน KExpert Workshop แนะนำเทคนิคการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายเอาไว้ โดยให้ถามคำถาม 2 ข้อ

ข้อแรก เป้าหมายนั้น “สำคัญมาก” หรือ “สำคัญน้อย”

เป้าหมายที่สำคัญมาก จะต้องเป็นเป้าหมายที่ทำให้ชีวิตมั่นคงมากขึ้น เช่น การเก็บออมไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต

เป้าหมายที่สำคัญมาก จะต้องเป็นเป้าหมายที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น เช่น การซื้อคอนโดมิเนียมใกล้ที่ทำงาน เพื่อไม่ต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรติดขัด

เป้าหมายที่สำคัญมาก จะต้องเป็นเป้าหมายที่ตั้งใจแน่วแน่ว่าชีวิตนี้ต้องทำให้ได้สักครั้ง เช่น ชีวิตนี้ต้องไปทัวร์ยุโรปให้ได้สักครั้งหนึ่ง

แต่ถ้าเป็นเป้าหมายที่สำคัญน้อย คือ ถ้าทำไม่ได้ตามเป้าหมายก็ไม่เป็นไร ไม่มีผลกระทบอะไรกับชีวิตมากนัก เช่น เป้าหมายที่จะไปทัวร์ยุโรป

เพราะการให้ความสำคัญแต่ละความฝันเป็น “เรื่องส่วนบุคคล” เพราะความฝันที่สำคัญที่สุดของอีกคนหนึ่ง อาจจะเป็นความฝันที่ไม่จำเป็นของอีกคนหนึ่งก็ได้

ข้อที่สอง กว่าที่จะไปถึงเป้าหมายนั้น ใช้ระยะเวลาสั้น หรือยาว

แต่ละคนก็อาจจะมีเกณฑ์ที่จะมาขีดเส้นเพื่อบอกว่า เวลานานแค่ไหน คือ สั้น และนานแค่ไหน คือ เวลายาว ไม่เหมือนกัน แต่โดยมากแล้วเป้าหมายที่ใช้เวลาน้อยกว่า 1 หรือ 2 ปี น่าจะเรียกได้ว่า เวลาสั้น และเป้าหมายที่ใช้เวลามากกว่า 1 หรือ 2 ปี น่าจะเป็นเวลายาว

หลังจากตั้งคำถาม 2 ข้อนี้แล้ว คำตอบที่ได้จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

1.สำคัญมาก – เวลาสั้น

2.สำคัญมาก – เวลายาว

3.สำคัญน้อย – เวลาสั้น

4.สำคัญน้อย – เวลายาว

จากนั้นก็เขียนลงในกระดาษ แบ่งตามกลุ่มที่จัดออกมาได้ โดยเขียนลงในพื้นที่ที่เตรียมไว้ให้ได้เลย จากนั้นก็ตัดไปแปะไว้ในที่ที่มองเห็นได้ง่าย มองเห็นได้ทุกวัน

vพลาดเป้า... เพราะอะไร

หลังจากได้เป้าหมายที่ชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว ก็ต้องมาวางแผนเดินตามเป้าหมาย โดยเริ่มจาก “ประเมินมูลค่า” ของแต่ละเป้าหมายว่าเป็นเงินเท่าไร จากนั้นหารด้วยระยะเวลาที่กำหนดไว้ ก็จะได้ออกมาเป็นจำนวนเงินที่จะต้องออมในแต่ละเดือน

ตัวอย่างเช่น เป้าหมายของเรา คือ ไปเที่ยวญี่ปุ่น ภายใน 12 เดือน โดยจะใช้เงินประมาณ 4.2 หมื่นบาท (42,000 ธ 12 = 3,500) ก็จะต้องออมเงินเดือนละ 3,500 บาท

จากนั้นก็เดินหน้าออมเงินทุกเดือน โดยใช้ช่องทางการออมและวิธีการลงทุนที่เหมาะสม ซึ่ง KExpert Workshop แนะนำรูปแบบการออมและลงทุนที่สอดคล้องกับลำดับความสำคัญของเป้าหมายเอาไว้ ดังนี้

สำคัญมาก–เวลาสั้น : ไม่ควรลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เพราะจำเป็นต้องเน้นรักษาเงินต้นเอาไว้ จึงแนะนำให้เก็บออมในรูปเงินฝาก และกองทุนรวมตลาดเงิน

สำคัญมาก–เวลายาว : สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงได้บ้าง เนื่องจากมีระยะเวลาการลงทุนนาน เช่น อาจลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หุ้น กองทุนหุ้น และกองทุนผสม

สำคัญน้อย–เวลาสั้น : แม้จะเป็นเป้าหมายที่สำคัญน้อย แต่เพราะมีระยะเวลาการลงทุนไม่นานจึงไม่แนะนำให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากนัก โดยแนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น

สำคัญน้อย–เวลายาว : สามารถลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงได้ เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพราะมีระยะเวลาลงทุนนาน และไม่เดือดร้อนถ้าจะไปไม่ถึงเป้าหมาย ดังนั้นแนะนำการลงทุนหุ้น กองทุนหุ้น และสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ

แต่เพราะชีวิตไม่เป็นเส้นตรงเสมอไป ความผิดพลาดและสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ และก็มักจะทำให้เป้าหมายยิ่งไกลออกไป ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้ไม่สามารถเดินตามแผนที่วางไว้ไปจนถึงเป้าหมายที่ตั้งใจ น่าจะมาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ

1.เป้าหมายวิ่งเร็วเกินไป

บางทีเป้าหมายก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ รอให้เราวิ่งเข้าไปหา เพราะมันสามารถวิ่งหนีเราไปได้เรื่อยๆ และสิ่งที่ทำให้เป้าหมายวิ่งหนีเราได้เร็วกว่าที่คิดไว้ คือ เงินเฟ้อ ที่จะทำให้มูลค่าของเป้าหมายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น จำนวนเงินที่ต้องใช้ในบั้นปลายชีวิตอาจจะมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ถ้าเงินเฟ้อสูงขึ้นมากกว่าคาด

หรือจะเป็นเป้าหมายที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ที่อาจจะต้องใช้เงินมากขึ้น ถ้าค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้ต้องใช้เงินบาทมากขึ้นสำหรับการใช้ชีวิตในต่างแดน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น การปรับภาษีมูลค่าเพิ่มในญี่ปุ่นทำให้ราคาสินค้าในญี่ปุ่นแพงขึ้น

2.เราวิ่งช้าเกินไป

แม้ว่าเป้าหมายไม่ได้ขยับหนีไปไหน แต่อาจจะเป็นเราเองที่วิ่งช้าเกินไปจนทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายสักที ซึ่งอาจจะมาจากหลายสาเหตุ เช่น ผลตอบแทนจากการลงทุนไม่เป็นไปอย่างที่หวัง รายได้ไม่เพิ่มขึ้นตามที่ตั้งใจ หรือตัวเราเองที่ไม่ซื่อตรงต่อเป้าหมายและแผนการออมที่วางไว้

vขยับปรับเป้าหมาย

ไม่ว่าสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นเป้าหมายที่ทำได้ยากเกินไป จะเป็นอะไรก็ตาม อย่าเพิ่งท้อ อย่าคิดล้มเลิก เพราะยังพอมีทางออก ซึ่ง KExpert แนะนำไว้ 4 ทางเลือก ได้แก่

1.ลดรายจ่าย–เพิ่มรายได้ เพื่อทำให้เรามีเงินมาออมและลงทุนได้มากขึ้น โดยที่ยังรักษาเป้าหมายทุกอย่างไว้เหมือนเดิม

2.ยืดระยะเวลาเป้าหมายให้นานขึ้น เพราะบางเป้าหมายเราอาจจะหวังให้บรรลุผลในเวลาสั้นเกินไป ทำให้ไม่สามารถทำได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ ดังนั้นอาจจะเลือกยืดเวลาออกไป เพื่อเพิ่มเวลาในการออมเงินให้นานขึ้น เช่น ถ้าตั้งใจจะไปทัวร์ยุโรปภายใน 12 เดือน ก็อาจจะขยับเป็น 24 เดือน

3.ลดขนาดเป้าหมายลง ถ้าประเมินแล้วพบว่า เป้าหมายของเราอาจจะใหญ่เกินความสามารถก็ควรจะปรับลดขนาดของเป้าหมายลง เช่น ถ้าฝันจะมีบ้านราคา 10 ล้านบาท ก็อาจจะลดเหลือแค่บ้านราคา 4 ล้านบาท ก็ทำให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

4.ตัดเป้าหมายบางอย่างออกไปก่อน เป้าหมายบางอย่างอาจจะยัง “รอได้” ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้ เช่น เป้าหมายที่สำคัญน้อย–เวลานาน อาจจะตัดออกไปก่อน เพื่อนำเงินที่ต้องออมเพื่อเป้าหมายนั้นไปเพิ่มในเป้าหมายที่จำเป็นเร่งด่วนมากกว่า และเมื่อถึงวันที่เราพร้อม ก็ดึงเป้าหมายอันนั้นกลับมาอยู่ในกระดานได้อีกครั้ง

ไม่ว่าเป้าหมายของเราจะเป็นอะไร อยู่ไกลแค่ไหน ที่สำคัญที่สุดนั้น ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน วางแผนการออมที่เป็นไปได้ แล้วมุ่งมั่นไปให้ถึง

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี