
หุ้นภาคเช้า3เม.ย.ลบ7.70 จุด
ดัชนีหุ้นภาคเช้า 3 เม.ย.ปิดที่ 1,388.92 จุด ลดลง 7.70 จุด มูลค่าการซื้อขาย 17,876.81 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นภาคเช้า 3 เม.ย.ปิดที่ 1,388.92 จุด ลดลง 7.70 จุด มูลค่าการซื้อขาย 17,876.81 ล้านบาท
ตลาดหุ้นวันที่ 3 เม.ย. ดัชนีหุ้นผันผวน โดยมีแรงขายทำกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ กดให้ดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 1,388.92 จุด ลดลง 7.70 จุด หรือ 0.55% มูลค่าการซื้อขาย 17,876.81 ล้านบาท
5 อันดับหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด
1.SUTHA ปิดที่ 4.54 บาท เพิ่มขึ้น 0.84 บาท หรือ 22.70% มูลค่าการซื้อขาย 1,261 ล้านบาท
2.BBL ปิดที่ 183.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,046 ล้านบาท
3.KBANK ปิดที่ 182 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.82% มูลค่าการซื้อขาย 956 ล้านบาท
4.SCB ปิดที่ 160 บาท ลดลง 2 บาท หรือ 1.23% มูลค่าการซื้อขาย 731 ล้านบาท
5.IVL ปิดที่ 22.80 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 1.72% มูลค่าการซื้อขาย 709 ล้านบาท
บล.ทิสโก้ ระบุว่า ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 วันรวม 40 จุด ทำให้เผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น จากประเด็นการเมือง 2 เรื่องสำคัญ คือ ใกล้วันชุมนุมใหญ่กลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 เม.ย. ที่ ถ.อักษะ พุทธมณฑล และ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ รับคำร้องวินิจฉัยนายกรัฐมนตรี น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ตามมาตรา 182 วรรค (7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่ จากกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. โดยประเมินแนวรับรอบนี้ 1,385- 1,390 จุด และ แนวต้าน 1,400 จุด
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ซื้อขายระยะสั้น แต่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกจากเงินทุนของต่างชาติ และโอกาสที่การเมืองอาจมีการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน จนอาจจะมีทางออกทางการเมืองเกิดขึ้นได้ ดังนั้นในเดือน เม.ย.นี้ จึงเน้นหุ้นพื้นฐานดีขนาดใหญ่ เพราะน่าจะเป็นเป้าหมายในการซื้อคืนของต่างชาติ
บล.โกลเบล็ก ระบุว่า ดัชนีหุ้นผันผวนคาดว่าจะเคลือนไหวในกรอบระหว่าง 1,367-1,418 จุด มีแรงขายทำกำไรรอบระยะสั้นเมื่อดัชนีหุ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 1,410-1,418 ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงจากระดับราคาที่ขึ้นแรงและช่วงสุดสัปดาห์นี้มีวันหยุดยาวติดต่อกัน และมีความเสี่ยงสูงจากการชุมนุมทางการเมืองที่จะมีขึ้นช่วงสุดสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาในระยะที่ผ่านมา เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นด้านเทคนิค ระยะสั้นตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เป็นแรงกระตุ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่สุดสัปดาห์นี้มีวันหยุดยาว ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดแรงขายลดความเสี่ยงระยะสั้นๆออกมา







