posttoday
ผู้บริโภคเปลี่ยนไป

ผู้บริโภคเปลี่ยนไป

01 เมษายน 2557

นอกจากจำนวนผู้บริโภคในอาเซียนจะเตะตาบรรดาธุรกิจทั้งหลายแล้ว พฤติกรรมของเหล่านักช็อปก็มีแนวโน้มเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ซึ่งส่งผลให้ภูมิทัศน์ด้านค้าปลีกในภูมิภาคเปลี่ยนไปด้วย

นอกจากจำนวนผู้บริโภคในอาเซียนจะเตะตาบรรดาธุรกิจทั้งหลายแล้ว พฤติกรรมของเหล่านักช็อปก็มีแนวโน้มเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ซึ่งส่งผลให้ภูมิทัศน์ด้านค้าปลีกในภูมิภาคเปลี่ยนไปด้วย

แชนแนลนิวส์ เอเชีย ระบุว่า ผู้บริโภคในอาเซียนกำลังพัฒนารสนิยมหันไปเน้นความทันสมัยและคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพและชีวิตที่ดี ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นนี้จะสร้างโอกาสให้กับผู้ค้าปลีกในภูมิภาค

โดยเฉพาะภูมิทัศน์ด้านค้าปลีกในสิงคโปร์ที่น่าจะได้รับประโยชน์จากเทรนด์นี้ ในฐานะประเทศพ่อค้าที่เป็นฮับสินค้าคุณภาพสูงและตลาดกลุ่มไฮเอนด์ แต่ก็ยังมีความท้าทายภายในเช่นกัน

ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและโอกาสใหม่ๆ ในภาคค้าปลีก คือนักช็อปรุ่นใหม่ที่มาจากคนชั้นกลางเกิดใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนไม่น้อยจากจำนวนประชากรทั้งหมดราว 600 ล้านคน

ยูจีน โฮ ผู้อำนวยการของบริษัทที่ปรึกษา ดีลอยต์ มองว่า สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่รับอานิสงส์จากเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เพราะสิงคโปร์กำลังขยับสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าไฮเอนด์ในแถบนี้ จึงมีโอกาสมากสำหรับผู้ค้าปลีกสิงคโปร์ที่จะโฟกัสตลาดระดับนี้ เพื่อสร้างความแตกต่างจากเพื่อนบ้านอื่นๆ ที่มีเสน่ห์เรื่องมหกรรมกระหน่ำลดราคาหรือซื้อแบบเหมาโหล

ขณะที่สิงคโปร์ชูการช็อปแบบคุณภาพ สินค้าหรูและแบรนด์ดัง นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังมีชื่อเสียงในแง่การันตีคุณภาพสินค้าที่ซื้อทุกชิ้นเป็นของแท้ ไม่ใช่สวรรค์ของสินค้าก๊อบเกรดเอ

สำหรับประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า บวกกับจำนวนประชากรที่น่าดึงดูด คือ ฟิลิปปินส์ อินเดีย และอินโดนีเซีย สิ่งเหล่านี้จะช่วยหนุนอุตสาหกรรมค้าปลีกให้เติบโต

แม้จะมีโอกาสมากสำหรับประเทศพ่อค้าอย่างสิงคโปร์ แต่ภาคธุรกิจต้องมีขนาดใหญ่เพียงพอ รวมทั้งรู้จักวัฒนธรรมที่แตกต่างเพื่อจะประสบความสำเร็จในตลาดนอกบ้าน

เจนนี่ ชาน ประธานสมาคมค้าปลีกของสิงคโปร์ คาดการณ์ว่า การที่บริษัทสิงคโปร์จะประสบความสำเร็จในธุรกิจค้าปลีกระดับภูมิภาคอาจต้องใช้เวลาอีกราว 510 ปี เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ต้องทำความเข้าใจและไม่มีทางลัดที่จะเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ได้ภายในข้ามคืน

นอกจากสยายปีกเติบโตในระดับภูมิภาคแล้ว ผู้เล่นในอุตสาหกรรมค้าปลีกสิงคโปร์ควรมองที่ช่องทางออนไลน์ด้วย เพราะคาดการณ์กันว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียจะโตเฉลี่ย 20% มากกว่าร้านค้าแบบเดิมๆ ที่มีแนวโน้มขยายตัว 210%

อย่างกรณีของอินโดนีเซียที่เป็นตลาดเนื้อหอมอันดับต้นๆ เพราะจำนวนผู้บริโภคชั้นกลางมหาศาล แต่แดนอิเหนาก็มีภูมิทัศน์ด้านค้าปลีกและพฤติกรรมของนักช็อปที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะ โครงสร้างพื้นฐานยังไม่ดีนัก จึงมีร้านค้ารายเล็กรายน้อยกระจายทั่วไป

ขณะที่การเข้าถึงลูกค้าทำได้ยากและมีต้นทุนสูง บริษัทที่สนใจอินโดนีเซียจึงต้องมีขนาดใหญ่และทุนรอนเพียงพอ

ที่น่าสนใจคือ นักช็อปชาวอินโดนีเซียมีแนวโน้มที่จะยอมจ่ายแพงกว่าสำหรับสินค้าที่มีคุณภาพหรือมีประโยชน์ใช้สอยคุ้มค่า แบรนด์พรีเมียมมีสัดส่วนค่อนข้างมากในตลาดและเติบโตเร็วกว่าแบรนด์ธรรมดาในสินค้าบางประเภท เช่น อาหารและเครื่องดื่ม แต่ก็ไม่ได้ภักดีต่อแบรนด์แบบไม่ลืมหูลืมตา เพราะในบางหมวดสินค้า ผู้บริโภคก็เลือกซื้อแบรนด์หลากหลาย ไม่ใช่ปลื้มแค่แบรนด์เดียว

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี