
คนไทยเมินการเมืองหันกู้ซื้อบ้าน
กสิกรไทย เผยยอดกู้บ้านเดือน มี.ค. เริ่มฟื้นตัว เหตุคนเริ่มคุ้นชินปัญหาการเมือง
กสิกรไทย เผยยอดกู้บ้านเดือน มี.ค. เริ่มฟื้นตัว เหตุคนเริ่มคุ้นชินปัญหาการเมือง
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในเดือน มี.ค. ธนาคารสามารถทำยอดปล่อยสินเชื่อบ้านได้ราว 4,500 ล้านบาท ขยายตัวขึ้นจากช่วงเดือน ม.ค.ก.พ. สินเชื่อชะลอตัว มียอดสินเชื่อปล่อยใหม่เพียงเดือนละ 2,000 ล้านบาท
“เชื่อว่าการฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การเร่งปิดยอดในช่วงไตรมาสแรกของผู้ประกอบการ และการที่คนไทยเริ่มคุ้นชินกับการชุมนุมทางการเมืองแล้ว ทำให้กลุ่มคนที่เคยชะลอการโอนเพื่อรอดูสถานการณ์เริ่มกลับมาโอนอีกครั้ง ธนาคารประเมินภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 8% จากที่ต้นปีเคยคาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 9.5%” นายชาติชาย กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วง 2 เดือนแรก ธนาคารปิดยอดสินเชื่อบ้านรวมกันได้เพียง 4,200 ล้านบาท แต่เดือน มี.ค.เดือนเดียว ยอดกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเป็น 4,500 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมในไตรมาสแรกนี้ ธนาคารน่าจะปิดยอดได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ 1 หมื่นล้านบาท” นายชาติชาย กล่าว
นายชาติชาย กล่าวว่า หากสถานการณ์ทางการเมืองไทยในช่วงต่อจากนี้ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ธนาคารเชื่อว่าตลาดสินเชื่อบ้านในปีนี้จะค่อยๆปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากกลุ่มคนที่ต้องการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงจะเริ่มคุ้นชินและมองข้ามปัญหาการชุมนุม โดยมองว่าประเภทที่อยู่อาศัยที่ยังมีอุปสงค์ในตลาดสูง คือ กลุ่มทาวน์เฮ้าส์และคอนโดฯที่ราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท บ้านเดี่ยวที่ราคาต่ำกว่า 4 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มราคาเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปอาจยังชะลอตัวอยู่
ทั้งนี้ ธนาคารประเมินภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 8 % จากที่ต้นปีเคยคาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 9.5% ขณะที่สินเชื่อของกสิกรไทยก็คาดว่าจะเติบโตได้เพียง 56% จากที่ต้นปีคาดว่าจะโต 78% จากยอดสินเชื่อคงค้างที่ 2.7 แสนล้านบาทในปีที่แล้ว เนื่องจากสินเชื่อบ้านจะมีความเชื่อมโยงกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค หากบรรยากาศการเมืองในประเทศยังมีความเสี่ยงอุปสงค์ก็จะยังไม่กลับมา 100%
ด้านนายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ภาพรวมสินเชื่อบ้านปล่อยใหม่ของธนาคารในไตรมาสแรก มีการเติบโตขึ้นราว 1.8 หมื่นล้านบาท เติบโตเฉลี่ยเดือนละ 6,000 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่สินเชื่อขยายตัวได้เดือนละ 8,000 ล้านบาท โดยสินเชื่อที่เติบโตช้าลงเป็นผลมาจากความกังวลของผู้บริโภค และการควบคุมความเสี่ยงที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารเพื่อควบคุมหนี้เสีย







