
บอร์ดยาสูบประกาศล้มโรงงานเชียงใหม่
โรงงานยาสูบล้มแผนสร้างโรงงานที่เชียงใหม่ หลัง สศช.ติงลงทุนซ้ำซ้อนที่อยุธยา
โรงงานยาสูบล้มแผนสร้างโรงงานที่เชียงใหม่ หลัง สศช.ติงลงทุนซ้ำซ้อนที่อยุธยา
นายสมชัย อภิวัฒนพร ประธานกรรมการอำนวยการโรงงานยาสูบ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรงงานยาสูบมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกแนวคิดการก่อสร้างโรงงานยาสูบแห่งใหม่ที่ จ.เชียงใหม่ เพิ่มอีกแห่งหนึ่งแล้ว และได้รายงานให้ผู้บริหารกระทรวงการคลังรับทราบแล้ว
ปัจจุบัน โรงงานยาสูบกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ อ.โรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ 220 ไร่ มูลค่าโครงการ 1.62 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีกำลังการผลิต 3.2 หมื่นล้านมวน โดยใช้เวลาก่อสร้างมากว่า 2 ปี
“ก่อนหน้านี้ที่ต้องการสร้างที่ จ.เชียงใหม่ อีกแห่งหนึ่ง เพราะที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะน้ำท่วม จึงกลัวความเสี่ยง อีกทั้งต้องการเพิ่มกำลังการผลิตรองรับเออีซี แต่คณะกรรมการเห็นว่าให้เดินตามแผนเดิมคือสร้างที่นิคมฯ โรจนะต่อภายใต้งบประมาณเดิม คือ 1.6 หมื่นล้านบาท” นายสมชัย กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องยกเลิกแผนการลงทุนที่ จ.เชียงใหม่ เพราะสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ท้วงติงเรื่องการสร้างโรงงานที่ จ.เชียงใหม่ ที่ต้องใช้เงินลงทุนร่วม 4,000 ล้านบาท ว่า ต้องการให้ทางโรงงานยาสูบชี้แจงทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนว่าต้องการเพิ่มโรงงานเป็น 2 แห่งเพื่ออะไร เพราะเกรงจะเป็นการลงทุนที่ซ้ำซ้อน อีกทั้งแนวโน้มการดำเนินธุรกิจที่อาจถูกแย่งตลาดจากบุหรี่ต่างประเทศ จึงไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มกำลังผลิตในช่วงนี้
นอกจากนี้ สศช.ได้เสนอแนะให้โรงงานยาสูบเร่งหามาตรการลดค่าใช้จ่าย เพราะแนวโน้มรายได้ไม่เพิ่มหลังถูกบุหรี่ต่างชาติแย่งส่วนแบ่งตลาด แต่โรงงานยาสูบยังมีค่าใช้จ่ายประจำ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายบุคลากรค่อนข้างสูง โดยปัจจุบันมีพนักงาน 3,583 คน และมีค่าใช้จ่ายบุคคลรวม 2,793 ล้านบาท
สำหรับงบประมาณที่ได้รับอนุมัติเพื่อก่อสร้างโรงงานยาสูบแห่งใหม่อีก 5,809 ล้านบาท หากมีส่วนใดที่ขอกันไว้ทำโรงงานที่ จ.เชียงใหม่ ทางโรงงานยาสูบจะต้องส่งกลับกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ โรงงานยาสูบตั้งเป้าหมายผลดำเนินงานปี 2557 คาดว่ามียอดจำหน่ายบุหรี่กว่า 3.2 หมื่นล้านมวน หรือระดับเดียวกับปี 2556 คิดเป็นรายได้กว่า 7.03 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมีรายจ่าย 6.43 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิกว่า 5,948 ล้านบาท ตั้งเป้านำส่งเข้ารัฐ 1,782 ล้านบาท







