
วันนี้ถกศึกชิงมาร์เก็ตติ้ง
‘ชัยภัทร’เดือดชงเข้าที่ประชุมวิสามัญตลท.หวั่นทำลายธุรกิจบล.แข่งค่าคอมม์0%
‘ชัยภัทร’เดือดชงเข้าที่ประชุมวิสามัญตลท.หวั่นทำลายธุรกิจบล.แข่งค่าคอมม์0%
“ชัยภัทร” อดรนทนไม่ไหว ยกศึกชิงมาร์เก็ตติ้งเข้าที่ประชุมวิสามัญตลาดหลักทรัพย์ฯ วันนี้
นายชัยภัทร ศรีวิสารวาจา ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคที ซีมิโก้ และในฐานะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผย ว่า ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และจะใช้โอกาสนี้หยิบยกกรณีภาวะการแข่งขันแย่งชิงเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) อย่างรุนแรง เข้าสู่การประชุมผู้ถือหุ้นด้วย เพราะในการประชุมผู้ถือหุ้นจะมีตัวแทนทั้งจากโบรกเกอร์ คณะกรรมการ และผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงบุคคลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้าร่วมประชุมด้วย
นอกจากนี้ ยังจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมสามัญประจำปี 2556 ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มี.ค.นี้อีกด้วย
สำหรับสาเหตุที่ต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระในการประชุมผู้ถือหุ้นตลาดหลัก ทรัพย์ฯ เพราะเห็นว่าขณะนี้มีโบรกเกอร์หลายแห่ง มีการดึงตัวมาร์เก็ตติ้งแต่ไม่ดำเนินการภายใต้กรอบกติกาที่วางไว้ ซึ่งจะเป็นการทำลายอุตสาหกรรมให้กลับไปสู่ยุคการแข่งขันคอมมิชชั่น 0% เหมือนเช่นในอดีต
“ภาวะตลาดหุ้นขณะนี้ไม่ดี และยังมาประสบปัญหาการแข่งขันแย่งชิงมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งมี 2 กลุ่ม กลุ่มแรกก็ทำตามกรอบกติกา แต่อีกกลุ่มกลับไม่ทำตามกติกา ผมคิดว่าจะนำเรื่องนี้เข้าหารือทั้งในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 มี.ค. และการประชุมของสมาคมสมาชิกบริษัทหลักทรัพย์ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มี.ค.ด้วย” นายชัยภัทร กล่าว
ด้าน นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวเสริมในประเด็นดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องร่วมกันหารือ เพราะเข้าใจดีว่ามูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นที่สูง เป็นแรงจูงใจให้มีโบรกเกอร์แห่งใหม่เกิดขึ้นมามาก และโบรกเกอร์แต่ละแห่งต้องการเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงอาศัยการดึงตัวมาร์เก็ตติ้งแทนการสร้างใหม่ จนไปสร้าง ความเดือดร้อนให้กับโบรกเกอร์เดิมที่มีอยู่
“คงจะต้องมีการหารือและตักเตือน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมเป็นที่ตั้ง ซึ่งคงจะมีการเตือนกันมากกว่า ทางสมาคมพยายามอะลุ่มอล่วยไม่อยากให้ไปถึงขั้นใช้บทลงโทษ แม้ว่าสมาคมจะมีกติกาก็ตามที เพราะไม่ต้องการใช้โดยไม่จำเป็น และอยากขอให้คนใหม่เคารพกติกา เพราะธุรกิจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงวันเดียว” นายกสมาคม กล่าว
อย่างไรก็ดี ในช่วงนี้เกิดโบรกเกอร์ใหม่ 4 ราย โดย บล.เออีซี มีการขยายสาขาจำนวนมาก โดยเฉพาะปีนี้เปิดให้บริการใหม่จำนวน 7 สาขา คือ สาขาสีลม เปิดวันที่ 2 ก.พ. วันรุ่งขึ้นเปิดสาขาเชียงใหม่ถนนมหิดล วันที่ 17 ก.พ. เปิดสาขาซอยศูนย์วิจัย วันที่ 21 ก.พ. เปิดสาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว
ขณะที่ในเดือน มี.ค. วันที่ 3 เปิดสาขาเชียงใหม่ช้างคลาน 17 มี.ค. เปิดสาขานครศรีธรรมราช 26 มี.ค. เพิ่งเปิดให้บริการสาขาประชาชื่น และยังมีแผนที่จะเปิดที่สาขาหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก เพราะยกทีมผู้บริหารและมาร์เก็ตติ้งของ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เกือบยกสาขา แม้ถูกขอร้องและมีเสียงคัดค้านจากผู้ใหญ่ในวงกว้างมากมายก็ตาม
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การเปิดสาขาใหม่ โบรกเกอร์จะต้องใช้ 5 คน แบ่งเป็นมาร์เก็ตติ้ง 4 คน และผู้จัดการ 1 คน ถึงจะเข้าหลักเกณฑ์การจ่ายผลตอบแทนในรูปอินเซนทีฟแก่มาร์เก็ตติ้งได้
“การดึงตัวมาร์เก็ตติ้งในปี 2556 นับว่า ไม่คุ้มค่าที่จ่ายแพงมากๆ เพราะภาพการลงทุนในหุ้นและการทำธุรกิจหลักทรัพย์ในปีนี้แตกต่างกันมาก และเท่าที่ติดตามดูมูลค่าการซื้อขายของโบรกเกอร์รายใหม่ ส่วนแบ่งตลาดก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น อาจจะเนื่องจากสาขาใหม่ต้องใช้เวลาปรับตัว หรืออาจจะเกิดจากบรรยากาศการซื้อขายหุ้นไม่เอื้ออำนวย ทำให้นักลงทุนรายใหญ่หยุดหรือลดการเก็งกำไรลง” แหล่งข่าวเปิดเผย







