posttoday
หวั่นส่งออกโตน้อยทำจีดีพีทั้งปีเหลือ2%

หวั่นส่งออกโตน้อยทำจีดีพีทั้งปีเหลือ2%

26 มีนาคม 2557

นักวิชาการชี้การเมืองไม่จบในปีนี้แน่ และกระทบเศรษฐกิจไทยยืดเยื้อ เสี่ยงถูกลดเครดิตประเทศ ระบุหากส่งออกโตต่ำกว่า 5% จีดีพีจะขยายตัวแค่ 2%

นักวิชาการชี้การเมืองไม่จบในปีนี้แน่ และกระทบเศรษฐกิจไทยยืดเยื้อ เสี่ยงถูกลดเครดิตประเทศ ระบุหากส่งออกโตต่ำกว่า 5% จีดีพีจะขยายตัวแค่ 2%

นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ กล่าวในการสัมมนา Start up ติดเครื่องธุรกิจ : อนาคตเศรษฐกิจไทย ซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารกรุงเทพ ว่า สถานการณ์ทางการเมืองไทยไม่น่าจะจบลงภายในปีนี้ เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองยังรุนแรง มีความเห็นที่แตกต่างกันคนละด้านซึ่งเรียกว่า ติดกับดักประชาธิปไตย จึงมองว่า อย่างดีที่สุดเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวที่ระดับ 2.5-3% แต่หากการส่งออกไทยไม่เติบโตได้ตามที่คาดไว้ 5-6% เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 2% ต้นๆ เท่านั้น

อย่างไรก็ดี หากแม้จัดการเลือกตั้งได้ในไตรมาส 3-4 ในปีนี้ได้ แต่การใช้จ่ายภาครัฐยังคงชะลอตัวอยู่ดี เนื่องจากจัดทำพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ไม่ทัน ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นลดลง และกระทบกับการบริโภคภายในประเทศแน่นอน โดยคาดว่า การใช้จ่ายภาครัฐปีนี้จะติดลบ 1% การลงทุนภาครัฐ เพิ่มขึ้น 1% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน โตได้ 2% ส่วนการบริโภคภายในประเทศไม่ขยายตัวหรืออยู่ที่ 0%

ทั้งนี้ ความหวังเศรษฐกิจไทยปีนี้ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นสำคัญ แต่การส่งออกยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีน ที่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจและพยายามลดความร้อนแรงของจีดีพีลง ซึ่งตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกหลักของไทยที่มีสัดส่วนสูงถึง 25% หากปีนี้เศรษฐกิจจีนโต 7% ทำให้ส่งออกไทยโตได้ 5-6% แต่ถ้าโตไม่ถึงเป้า ส่งออกไทยก็จะชะลอตัวตามลงไป

"ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยปีนี้นอกจากเรื่องจีนแล้ว ยังมีความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินทุนเคลื่อนย้าย รวมทั้งห่วงปัญหาการขาดดุลแบบทริปเปิ้ล คือ ขาดดุลการค้า ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และขาดดุลชำระเงิน ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอ และฉุดความเชื่อมั่นของประเทศให้ต่ำลงอีก" นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่กระทบเสถียรภาพรัฐบาลจนเกิดสุญญากาศในขณะนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศไทยจะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ (เครดิตเรตติ้ง) เพราะต้องยอมรับว่าบริษัทเครดิตเรตติ้งกำลังจับตามองประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากไทยถูกลดเครดิตจริง จะกระทบกับขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่ปัจจุบันไทยก็ตกลงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียนอยู่แล้ว และทำให้ต้นทุนการทำธุรกิจสูงขึ้นตามอันดับความเสี่ยงอีกด้วย

"พ.ร.บ.2ล้านล้านที่ตกไปไม่กระทบมากเพราะนั่นเฉลี่ย 7 ปี ปีละ 3 แสนล้าน ซึ่งหากมีรัฐบาลใหม่เข้ามายังไงก็ต้องทำอยู่แล้วในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและสามารถจะนำ3แสนล้านมาเข้าสู่ภาวะงบประมาณปกติได้ แต่อาจจะไม่ใช่รถไฟความเร็วสูงเท่านั้นเอง"นายสมชาย กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน