
ทอท.รับม็อบการเมืองทำผู้โดยสารหด
ทอท.รับม็อบการเมืองทำผู้โดยสารหด สั่งประเมินทุกไตรมาส
ทอท.รับม็อบการเมืองทำผู้โดยสารหด สั่งประเมินทุกไตรมาส
นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวเลขผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างใกล้ชิด ภายหลังพบว่าสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา จำนวนผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิลดลงอยู่ในระดับติดลบเมื่อเปรียบเปรียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนท่าอากาศยานดอนเมืองมีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการในอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด
ทั้งนี้ แนวโน้มตัวเลขผู้โดยสารในเดือนก.พ.ต่อเนื่องจนถึงมี.ค.2557 ยังจะไม่แตกต่างจากเดือนม.ค.ที่ผ่านมามากนัก ดังนั้นจึงจะเน้นเพิ่มรายได้จากท่าอากาศยานในต่างจังหวัดมากขึ้น คือ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย ขณะเดียวกันจะเร่งหารายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการบิน หรือการพัฒนาธุรกิจอื่นๆในท่าอากาศยานภูมิภาคของ ทอท. เพื่อนำมาชดเชยรายได้ท่าอากาศยานในกรุงเทพฯที่หายไปด้วย
“ตอนนี้ยังต้องติดตามตัวเลขผู้โดยสารที่เข้าใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมือง และสุวรรณภูมิอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยจะมีการประเมินผลกระทบเป็นระยะ ตั้งแต่ช่วง 3 เดือน 6 เดือน และ9 เดือน เพราะยังไม่แน่ใจว่าปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองจะยุติลงเมื่อไร”นายเมฆินทร์ กล่าว
นายเมฆินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทอท.จะได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมือง แต่หากพิจารณาในภาพรวมของธุรกิจสายการบินถือว่ากระทบน้อยกว่าธุรกิจอื่น เพราะโดยปกติหากเศรษฐกิจโลกมีปัญหาธุรกิจสายการบินจะเติบโตลดลงมากกว่าธุรกิจอื่น แต่หากเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นธุรกิจสายการบินจะเติบโตมากกว่าธุรกิจอื่น 1.5 เท่า ดังนั้นเมื่อพิจารณาโดยรวมจึงกระทบน้อย
ทั้งนี้ ในส่วนของภาพรวมธุรกิจสายการบินทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 4.5-5% ในปี 2555 มีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการทั่วโลกประมาณ 5 พันล้านคน โดยทางบริษัท โบอิ้ง ได้ประเมินว่าปี 2575 จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 หมื่นล้านคน ส่วนในเอเชียและแปซิฟิก ในช่วง 5 ปีนับจากนี้ จะมีการเติบโตของผู้โดยสารประมาณ 6.5%
"ผลการศึกษาของบริษัท โบอิ้ง ระบุไว้ชัดเจนว่า หากจีดีพีของประเทศปรับตัวลดลง ธุรกิจสายการบินจะปรับตัวลดลงในอัตราที่มากกว่า แต่หากจีดีพีประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น ธุรกิจสายการบินก็จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าจีดีพี ที่น่าเป็นคงจะเป็นภาคการท่องเที่ยวของไทยมากกว่า เพราะหากถูกกระทบจากปัญหาการเมืองก็อาจกระทบทำให้จีดีพีลดลง และฉุดให้อุตสาหกรรมการบินเติบโตลดลงในอัตราที่รุนแรงได้"
นายเมฆินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันไทยยังมีฐานในภาคการท่องเที่ยวที่ดีกว่าประเทศอื่นๆ โดยมีปริมาณนักท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 7-8% ขณะที่สายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสแอร์ไลน์)ยังมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จึงคาดว่าภาพอุตสาหกรรมการบินจะยังสามารถเติบโตต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 3-5 ปี







