
กระพือพลังงานภาพยนต์กระชับมิตร-สร้างรายได้
เป็นที่ยอมรับกันว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์และสารัตถะ ซึ่งรวมถึงแอนิเมชั่น เกม คาแรกเตอร์การ์ตูน วีดิทัศน์ หนังสั้น ฯลฯ เป็นพลังอ่อนละมุน (soft power)
โดย...อัฎฐวรรณ ลวณางกูร
เป็นที่ยอมรับกันว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์และสารัตถะ ซึ่งรวมถึงแอนิเมชั่น เกม คาแรกเตอร์การ์ตูน วีดิทัศน์ หนังสั้น ฯลฯ เป็นพลังอ่อนละมุน (soft power) ที่ทรงพลานุภาพในการเผยแพร่วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
นอกจากจะเป็นอุตสาหกรรมกระชับมิตรแล้ว ยังสามารถสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้มหาศาล ทั้งรายได้โดยตรงจากความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้น รวมถึงรายได้ทางอ้อมที่ตามมาจากการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ เช่น ของที่ระลึก
อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เล่าว่า กระทรวงมองเห็นศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสารัตถะ ในฐานะพลังที่อ่อนละมุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศต่างๆ จึงเตรียมผลักดันให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลกมากขึ้น โดยจะผนึกกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อทำงานแบบบูรณาการ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเหมือนที่ผ่านมา
อุตสาหกรรมนี้ที่รวมทั้งภาพยนตร์ แอนิเมชั่น เกม คาแรกเตอร์ ฯลฯ สร้างรายได้ปีละราว 7.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งกว่า 2 หมื่นล้านบาทมาจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างเดียว ขณะที่เม็ดเงินนี้ยังไม่รวมซีดีเถื่อนและอุตสาหกรรมหลังการผลิตงาน (post production) เช่น การตัดต่อ การทำสเปเชียล เอฟเฟกต์
โดยมีแนวคิดจะส่งเสริมอุตสาหกรรมหนังควบคู่กับสารัตถะ เพราะหมดยุคที่จะทำหนังขายเพียงอย่างเดียวแล้ว ต้องต่อยอดไปถึงสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งไทยก็มีคาแรกเตอร์แอนิเมชั่นดังๆ ที่มีศักยภาพพัฒนาต่อได้ เช่น ก้านกล้วย เชลดอน
สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ การพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ เพราะจะมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ประเทศได้ ซึ่งหัวใจอยู่ที่การใช้สมองของมนุษย์ในการสร้างรายได้และแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ไม่ต้องใช้ทรัพยากรมากเหมือนอุตสาหกรรมอื่นๆ
ขณะเดียวกัน ก็เตรียมจับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน จัดเทศกาลบิ๊ก มูฟ (Bangkok International Content and Movie) ในวันที่ 36 ก.ค. ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับภาพยนตร์และเนื้อหาสาระต่างๆ อาทิ แอนิเมชั่น เกม คาแรกเตอร์การ์ตูน วิดีทัศน์ หนังสั้น ดนตรี ฯลฯ ณ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ซึ่งจะมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจภายในงานนี้ด้วย
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่จะตามมา ยกตัวอย่างหนังจีนเรื่อง Lost in Thailand ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้คนจีนแห่เดินทางมาท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ซึ่งส่งอานิสงส์ถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยโดยรวม
ดังนั้น อุตสาหกรรมหนังและสารัตถะจึงเชื่อมโยงกับมิติเมืองหน้าด่านและความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอาเซียน เพราะสามารถสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเข้าไปได้แบบเนียนๆ
ล่าสุด กระทรวงได้เชิญนักเขียนบทจากประเทศในอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ ลาว พม่า ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มาร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเป็นเวลา 3 สัปดาห์ เพื่อพัฒนาบทร่วมกัน และอาจต่อยอดสู่การสร้างภาพยนตร์ร่วมกัน
เหตุผลที่เลือกนักเขียนบทเป็นโครงการนำร่อง เพราะเป็นโอกาสเชื่อมโยงคนต่อคนในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ซึ่งจะส่งผลให้คนในแวดวงภาพยนตร์รู้จักกันมากขึ้น และอาจเกิดความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น ทำหนังร่วมกัน
เบื้องต้น ผู้เขียนบทชาวพม่ามีแนวคิดจะพัฒนาบทหนังรักที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับไทยและพม่า และสนใจที่จะมาพูดคุยกับนักแสดงไทยให้รับบทเรื่องนี้ โดยหมายตานักแสดงชาย คือ มอสปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ส่วนดาราหญิง คือ ใหม่ดาวิกา โฮร์เน่ นางเอกเรื่องพี่มากพระโขนง แต่หากคิวไม่ลงตัวก็อาจจะคุยกับนักแสดงคนอื่นๆ ส่วนสถานที่ถ่ายทำก็มีทั้งในย่างกุ้ง พุกาม มัณฑะเลย์ รวมถึงในเมืองไทยด้วย ซึ่งจะเป็นจุดขายการท่องเที่ยว
ส่วนในวันที่ 2630 มี.ค. กระทรวงและพันธมิตรจะจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ไทยที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ไทยเข้าไปจัดงานลักษณะนี้ โดยเตรียมนำภาพยนตร์ไทยไปฉาย 3 เรื่อง หนึ่งในนั้นคือ เรื่องพี่มากพระโขนง รวมทั้งนำทัพดาราและวงดนตรีจากไทยไปร่วมงาน
“ตอนนี้พม่าเปิดกว้างและตื่นตัวเรื่องภาพยนตร์มากขึ้น คนไทยจะต้องเข้าไปอย่างถ่อมตน นอบน้อม จริงใจที่จะสร้างมิตรภาพ จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะใช้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และสารัตถะในการสร้างภาพลักษณ์และทัศนคติที่ดีในสายตาเพื่อนบ้าน เป็นการสร้างความเชื่อมโยงที่เป็นเสน่ห์ของอาเซียน”







