posttoday
เตือนเอสเอ็มอีโคม่า เร่งปรับตัวฝ่าวิกฤติ

เตือนเอสเอ็มอีโคม่า เร่งปรับตัวฝ่าวิกฤติ

20 มีนาคม 2557

ศูนย์ศึกษาธุรกิจเอสเอ็มอีหอการค้าไทย เผยธุรกิจรายย่อยเข้าขั้นโคม่า ตามเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ช่วงขาลง ในไตรมาส 2-3 นี้ แนะต้องเร่งคุมสภาพคล่อง ลดต้นทุน ให้ธุรกิจผ่านวิกฤตถึงไตรมาส 4

ศูนย์ศึกษาธุรกิจเอสเอ็มอีหอการค้าไทย เผยธุรกิจรายย่อยเข้าขั้นโคม่า ตามเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ช่วงขาลง ในไตรมาส 2-3 นี้ แนะต้องเร่งคุมสภาพคล่อง ลดต้นทุน ให้ธุรกิจผ่านวิกฤตถึงไตรมาส 4

นายเอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาธุรกิจครอบครัวและเอสเอ็มอี เปิดเผยว่า ภาพรวมผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จำนวน 2.7-2.9 ล้านราย กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศที่ยังไม่มีข้อยุติ และเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงมาก รวมทั้งยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จึงมีโอกาสที่เอสเอ็มอีจะประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางธุรกิจ และต้องปิดกิจการในจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีเอสเอ็มอีปิดกิจการในจำนวนเท่าใด

ทั้งนี้เอสเอ็มอีต้องพยายามประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดไปให้จนถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ เพราะมีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ในเวลาดังกล่าว โดยเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ช่วงภาวะขาลงและจะตกต่ำสุดในไตรมาส 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 นี้ ดังนั้นเจ้าของกิจการต้องระมัดระวังดำเนินธุรกิจ พร้อมกับต้องปรับธุรกิจใหม่ด้วยการ 1.ขยายตลาดให้หลายหลาย และรุกส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ 2.เพิ่มเทคโนโลยีการผลิตสินค้าให้สูงขึ้น และ 3.ทำธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น ทั้งมุ่งลดต้นทุน และปรับโครงสร้างองค์กร หรือจ้างแรงงานให้มีประสิทธิภาพ

“ในขณะนี้ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะกำลังประสบปัญหายอดขายลดลง บางรายยอดขายติดลบ ขาดสภาพคล่องทางธุรกิจ หากเอสเอ็มอีมีสายป่านทางธุรกิจสั้นก็มีโอกาสสูงจะต้องปิดกิจการ แต่หากเอสเอ็มอีสามารถปรับตัวและประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้ ก็มีโอกาสที่จะสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่ง และสามารถได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น” นายเอกชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ได้มีการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยไว้ 2 สถานการณ์ได้แก่ 1.หากประเทศไทยlามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในปีนี้ และเป็นรัฐบาลที่ทุกฝ่ายยอมรับมีโอกาสที่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะขยายตัว 0-1% 2.หากประเทศไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในปีนี้ หรือมีเหตุการณ์รุนแรงยืดเยื้อ หรือมีรัฐบาลที่ทุกฝ่ายไม่ยอมรับ จีดีพีไทยในปีนี้จะมีโอกาสติดลบ ถือว่า ภาพรวมจีดีพีไทยขยายตัวต่ำสุดในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540

ก่อนหน้านี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้รายงานข้อมูลการจัดตั้งและยกเลิกกิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเดือน ม.ค. 2557 ที่ผ่านมา มีการจดทะเบียนยกเลิกกิจการ จำนวน 1,420 ราย เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา หดตัวลง 69% โดยกิจการที่ยกเลิกมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ การขายสลากกินแบ่ง ก่อสร้างอาคารไม่ใช่ที่พักอาศัย อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เพื่อพักอาศัย ขนส่งและขนถ่ายสินค้า และให้คำปรึกษาด้านบริหารจัดการ

ขณะที่การกิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ มีจำนวน 5,317 ราย ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 83% โดยประเภทกิจการที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่มากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย อสังหาริมทรัพย์เพื่อพักอาศัย ขายส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ ให้คำปรึกษาด้านบริหารจัดการ และขายส่งวัสดุก่อสร้าง

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก