posttoday
ส่องอุดมศึกษาไทยตรวจความพร้อมเปิดรับเสรี

ส่องอุดมศึกษาไทยตรวจความพร้อมเปิดรับเสรี

19 มีนาคม 2557

หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ หลังผลการจัดอันดับต่างๆ พบว่าการศึกษาไทยอยู่รั้งท้ายขบวนอาเซียน

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ หลังผลการจัดอันดับต่างๆ พบว่าการศึกษาไทยอยู่รั้งท้ายขบวนอาเซียน ทั้งๆ ที่กำลังจะรวมตัวเป็นประชาคมเดียวกัน

ขณะที่แวดวงการอุดมศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตคน ก็เร่งเตรียมพร้อมหลายด้าน นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในการประชุมวิชาการ “อุดมศึกษาไทยสู่อาเซียน” ว่า สถาบันอุดมศึกษามีบทบาทสำคัญในการเตรียมคนเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ซึ่งไม่ใช่แค่ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพ แต่รวมถึงทัศนคติและความคิดต่างๆ

มหิดลใช้ยุทธศาสตร์การศึกษาเพื่อเปลี่ยนแปลงคน (Transformative Education) ที่เน้นปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกที่ดี เพื่อให้บัณฑิตสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ได้แก่ เป็นนายแห่งตน (Masterly) มุ่งผลเพื่อผู้อื่น (Altruism) กลมกลืนกับสรรพสิ่ง (Harmony) มั่นคงยิ่งในคุณธรรม (Integrity) แน่วแน่ กล้าตัดสินใจ (Determination) สร้างสรรค์สิ่งใหม่ (Originality) ใฝ่ใจเป็นผู้นำ (Leadership) และเน้นทักษะในศตวรรษที่ 21

ที่สำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ โดยเพิ่มเติมเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะการปลูกฝังให้บัณฑิตรังเกียจการคอร์รัปชั่น และการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถทำงานแบบบูรณาการได้

มหิดลยังเปิดหลักสูตรอินเตอร์หลายสาขารองรับนักศึกษาประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดเปิดหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิด 9 หลักสูตรแพทยศาสตรมหาบัณฑิต

สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ 1.ภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของเด็กไทย ธรรมศาสตร์พยายามปรับนโยบาย เพิ่มจำนวนอาจารย์ กำหนดให้ทุกคณะวิชาต้องเปิดสอนเป็นภาษาอังกฤษให้เด็กเลือกเรียน และคณะที่สอนหลักสูตรภาษาไทยจะต้องเปิดวิชาเลือกเป็นภาษาอังกฤษอย่างน้อย 2 วิชา และขณะนี้กำลังผลักดันภาษาอาเซียนเป็นภาษาที่ 3 รวมถึงตั้งเป้าจะมีศูนย์แปลภาษาอาเซียนด้วย

2.ความรู้ความเข้าใจอาเซียน ธรรมศาสตร์ให้ทุกคณะเปิดวิชาเกี่ยวกับอาเซียน เช่น คณะนิติศาสตร์เปิดสอนกฎหมายอาเซียน คณะเศรษฐศาสตร์ก็มีวิชาเศรษฐศาสตร์อาเซียน 3.วัฒนธรรม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ โดยต้องปรับเปลี่ยนความคิดของคนไทยให้มองเพื่อนบ้านเท่าเทียมกับเรา และ 4.คุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา ท่ามกลางการไหลเวียนของความรู้ที่จะมากขึ้น

สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง แต่ยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ที่เพิ่งเปิดประเทศและมีโอกาสเติบโตอีกมาก ไทยจึงต้องเตรียมสร้างคนรองรับการปฏิวัติ 7 ด้านที่จะเกิดขึ้นกับประเทศซีแอลเอ็มวี ได้แก่ 1.ปฏิวัติร้านโชห่วยที่จะผุดขึ้นมากมาย ซึ่งสินค้าไทยมีโอกาสสูง เพราะคนในประเทศเหล่านี้ชอบสินค้าไทย 2.ปฏิวัติมอเตอร์ไซค์ ผู้คนเปลี่ยนจากการเดินและขี่จักรยานมาใช้จักรยานยนต์มากขึ้น 3.ปฏิวัติเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งพัดลม โทรทัศน์ วิทยุ ตู้เย็น ที่จะขายดี 4.ปฏิวัติสินค้าอุปโภคบริโภค 5.ปฏิวัติภาคการเกษตร เปลี่ยนจากทำมาหากินเป็นทำมาค้าขาย 6.ปฏิวัติอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้า และ 7.ปฏิวัติการก่อสร้าง เพราะชุมชนเมืองมากขึ้น

ด้านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สิรี ชัยเสรี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า สิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเร่งทำ คือ รู้จักเขา โดยเน้นการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนบ้าน ยิ่งเมื่อสถาบันอุดมศึกษาเลื่อนการปิดเปิดเทอมให้สอดคล้องกับอาเซียน ก็ทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างเครือข่ายให้กว้างขึ้น ขณะเดียวกัน ก็เปิดรับเด็กต่างชาติ ซึ่งรวมถึงเด็กในอาเซียน มาเข้าเรียนร่วมกับเด็กไทยมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน