
"สามมิตรมอเตอร์ฯ" เปิดแผนบุกตลาดโลก
โดย...วารุณี อินวันนา
โดย...วารุณี อินวันนา
ทายาทรุ่น 3 “โพธิ์ศิริสุข” เสริมทัพมืออาชีพ บุกตลาดโลก เพิ่มฐานลูกค้าต่างประเทศ จาก 20% เป็น 30% ตามแผน 3 ปี ลดเสี่ยงตลาดในประเทศใกล้อิ่มตัว
ยงยุทธ โพธิ์ศิริสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง หรือ SMM พี่ใหญ่ทายาทรุ่นที่ 3 แห่งอาณาจักรธุรกิจของตระกูล “โพธิ์ศิริสุข” ในประเทศไทย คือแม่ทัพในการบัญชาการธุรกิจในยุคตลาดโลกไร้พรมแดนจากพี่น้องทั้งหมด 7 คน ที่ได้รับการจัดสรรงานให้รับผิดชอบตามสายงานที่ได้ร่ำเรียนมา
ทั้งนี้ เพื่อนำบริษัท สามมิตรมอเตอร์สฯ จากแบรนด์ท้องถิ่นขึ้นสู่แบรนด์ระดับโลกในปี 2558 รวมทั้งขยายฐานลูกค้าต่างประเทศเพิ่มเป็น 30% ในอีก 3 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% หลังเริ่มทำธุรกิจในไทยมาตั้งแต่ปี 2502 จนถึงวันนี้กำลังเข้าใกล้จุดอิ่มตัว
บริษัท สามมิตรมอเตอร์สฯ มียอดขายปี 2556 รวม 8,000 ล้านบาท เป็นยอดขายในประเทศ 80% และอีก 20% มาจากส่งออกไปตลาดต่างประเทศที่รัสเซีย ยุโรป ออสเตรเลีย
โดยธุรกิจ Truck & Trailer ออกแบบและผลิต รถพ่วง รถกึ่งพ่วง รถบรรทุกออกแบบพิเศษ แบบประกอบทั้งคัน ทำรายได้ให้บริษัทสูงสุดอันดับหนึ่ง และถือว่า SMM เป็นผู้ครองตลาดนี้ในไทย ด้วยสัดส่วน 70% จากยอดขายทั้งอุตสาหกรรมปีละ 4.5-4.6 หมื่นคัน หากยังเกาะแค่ตลาดไทยแห่งเดียวอาจทำให้ธุรกิจถูกแช่แข็ง
“เรามองอนาคตธุรกิจ Truck & Trailer ใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ต้องออกนอกประเทศ เพราะเรามีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี กระบวนการผลิต การบริการหลังการขาย และการตลาด” ยงยุทธ กล่าว
ขณะที่อีก 20% เป็นรายได้ที่มาจากต่างประเทศ จากธุรกิจ Pickup conversion & Accessories ที่ออกแบบและพัฒนาระบบการใช้งานรถปิกอัพ อุปกรณ์ตกแต่ง และธุรกิจ OEM ผลิตชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์รถบรรทุกให้แบรนด์รถยนต์ชั้นนำ มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกได้ทันที ถ้าได้รับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน
ทั้งนี้ ยงยุทธ คาดว่า ปี 2558 ยอดขายจะอยู่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เพราะเศรษฐกิจไม่ดีและการเมืองยังไม่มีทางออก โดยตลาดชิ้นส่วนรถยนต์จะลดลงประมาณ 20% ขณะที่ตลาดรถบรรทุกคาดว่ายอดขายจะลดลงประมาณ 30% หรือเหลือประมาณ 3 หมื่นคัน หากยังพึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลักอาจทำให้ธุรกิจของอาณาจักร “โพธิ์ศิริสุข” เข้าสู่ภาวะถดถอย
ยงยุทธ กล่าวว่า แผนการขยายตลาดในต่างประเทศเริ่มมาระยะหนึ่งแล้ว โดยได้ทำการจัดตั้งโรงงานผลิตที่ประเทศจีนซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบ คือ เหล็ก และต้นทุนต่ำ แล้วส่งเข้ามาประกอบที่ประเทศไทย
นอกจากนี้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้จัดตั้งบริษัท สามมิตร ออสเตรเลีย เพื่อใช้ทำตลาดในต่างประเทศ และเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ โดยใช้เวลากว่า 3 ปีในการจับมือกับศูนย์วิจัยและพัฒนายานยนต์นวัตกรรมยานยนต์แห่งออสเตรเลีย (AutoCRC) ในการพัฒนาสินค้ามาตรฐานยุโรปแบบใหม่
ปัจจุบันมีสินค้านวัตกรรมใหม่ 3 ชนิดในมือ คือ หลังคาเหล็กปิกอัพรุ่นใหม่ กันชนของรถกระบะที่ไม่ทำลายระบบเซ็นเซอร์ และการบรรจุแก๊สให้ได้ปริมาตรที่สูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำถึง 3 เท่า มีความคืบหน้ามาก
สำหรับปี 2558 จะนำหลังคาเหล็กรถปิกอัพรุ่นใหม่มาตรฐานยุโรปออกสู่ตลาดประเทศออสเตรเลีย ซึ่งพัฒนาและวิจัยจากความต้องการของตลาดที่อยากได้หลังคาเหล็กที่มีน้ำหนักเบา มีความปลอดภัย ทน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หมายถึงนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และลดต้นทุน เพราะถ้ามีน้ำหนักเบาจะทำให้ประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นบริษัทเดียวในโลกที่ทำหลังคาเหล็กรถปิกอัพ
รวมทั้งปี 2558 บริษัทจะลงทุนผลิตรถดัมพ์และรถบรรทุกที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งขนาดตลาดใหญ่กว่าไทย 10 เท่า โดยจะร่วมทุนกับทุนท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญตลาด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดและศึกษารูปแบบการร่วมลงทุนและสัดส่วนการถือหุ้น
ส่วนธุรกิจหลังคาเหล็ก และอุปกรณ์ตกแต่ง มองว่าโอกาสของตลาดปิกอัพ มันเป็นตลาดของ Global Market โดยมีไทยเป็นฐานผลิตส่งขายทั่วโลก รถที่ใช้ในออสเตรเลียก็ผลิตจากไทยเป็นส่วนใหญ่ โดยเราต่อยอดจากเทคโนโลยี OEM ที่เราทำตั้งแต่เรื่องของการออกแบบชิ้นส่วน โดยส่งคนเข้าไปร่วมออกแบบ อาทิ ทั้งกับโตโยต้า ไฮลักซ์รุ่นใหม่ และเรามีเทคโนโลยีด้านแม่พิมพ์ การปั๊มชิ้นส่วน ซึ่งนำมาใช้ผลิตหลังคาเหล็กและอุปกรณ์ตกแต่ง นอกจากนี้มีเรื่องของคุณภาพ เรื่องของราคา การส่งมอบ เราก็สามารถแข่งขันได้ เราจึงอยากนำตัวนี้ขยายเข้าไปในตลาด Global
ปัจจุบันหลังคาเหล็กของ SMM ผลิตที่ไทยที่เดียว แต่อนาคตอาจขยายไปผลิตที่แอฟริกา หรือ อเมริกาใต้ แต่ปัจจุบันเราเน้นที่ออสเตรเลียก่อน
ผลจากแผนขยายธุรกิจต่างประเทศ ทำให้ SMM จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2557 นี้
จากนี้คงต้องติดตามว่า “โพธิ์ศิริสุข” รุ่น 3จะสยายปีก SMM สู่รถบรรทุกและชิ้นส่วนรถยนต์โลกตามแผนปี 2020 ได้ขนาดไหน







