
การเมืองป่วน รถไฟฟ้าชะงัก อสังหาฯ-คนซื้อบ้าน ฝันค้าง
ด้วยสถานการณ์การเมืองที่นับถอยหลังรอวันเปลี่ยนแปลง ทำให้เมกะโปรเจกต์อย่างรถไฟฟ้ากลับมาอยู่บนความไม่แน่นอนอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นโครงการระยะสั้น หรืออยู่ในแผนแม่บทระยะยาว ก็มีสิทธิเปลี่ยนได้หากการเมืองเกิดการพลิกขั้วขึ้นหลังการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้าไม่นานนี้
nรถไฟฟ้า 5 เส้นทางช้ากว่าแผน
สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกเส้นล้วนล่าช้ากว่าแผน แต่จะสามารถเร่งให้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน โดยคาดว่าในปี 25572558 ประชาชนจะได้ใช้รถไฟฟ้า 5 เส้นทาง และอีกหนึ่งโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ที่คาดว่าจะกำหนดเปิดเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงกลางปี 2553
สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 5 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อตลิ่งชัน อยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น 2.สายสีแดงช่วงบางซื่อรังสิต อยู่ระหว่างเปิดขายเอกสารประกวดราคา 3.รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ และช่วงหมอชิตสะพานใหม่ ล่าสุดคณะอนุกรรมการ การจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะดำเนินการระหว่าง กทม. กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
4.รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่บางซื่อ อยู่ระหว่างการก่อสร้างงานโยธา และระหว่างดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน คาดว่าจะให้บริการได้ในเดือน ส.ค. 2557 5.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพงบางแค และช่วงบางซื่อท่าพระ ทาง รฟม.ได้ขายเอกสารประกวดราคางานโยธาไปแล้ว ปรากฏว่ามีผู้สนใจซื้อเอกสารกว่า 20 ราย คาดจะได้เอกชนปลายปี 2553 และเริ่มก่อสร้างเดือน พ.ย.นี้
ไม่นับรวมโครงการตามแผนแม่บทระยะกลาง ระยะยาว ที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในวันนี้ ความเป็นไปได้ที่จะเดินตามแผนที่กำหนดไว้นั้นอาจเลือนรางเต็มที
nคนซื้อบ้านอาจชะลอดูความชัดเจน
เมื่อโครงการลดไฟฟ้าส่อแววว่าจะล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด และอาจจะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ผลกระทบพุ่งตรงไปที่ประชาชนใน กทม.และปริมณฑล ที่หวังพึ่งการขนส่งระบบรางช่วยบรรเทาปัญหาด้านการจราจร อีกทางหนึ่งพุ่งตรงไปที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และผู้ซื้อบ้านที่หวังรอรถไฟฟ้าในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็หมายมั่นปั้นมือว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าจะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นกำลังซื้อของคน กทม.และปริมณฑลให้คึกคักขึ้น หลังมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังจะหมดอายุลงในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ จึงได้พยายามเร่งให้รัฐเดินหน้าโครงการทั้ง 5 เส้นทางให้เป็นรูปธรรม แต่เมื่อเกิดความล่าช้าหรือไม่มีความคืบหน้าในช่วงนี้ แม่เหล็กจากรถไฟฟ้าก็ไม่สามารถจะช่วยกระตุ้นตลาดได้
ปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่า โครงการรถไฟฟ้าที่ชะลอตัวออกไป ย่อมมีผลกระทบกับทั้งผู้ประกอบการและผู้ซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์แน่ โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านจิตวิทยากับผู้ซื้อ ที่จะทำให้ผู้ซื้อบางส่วนอาจชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป และบางส่วนที่ซื้อแล้วอาจจะขอยกเลิก ผลกระทบย่อมส่งต่อเป็นลูกโซ่ ที่อาจจะทำให้งานก่อสร้างล่าช้าตามไปด้วย
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการแม้ส่วนใหญ่จะหาซื้อที่ดินก็ต่อเมื่อโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงในการถือครองที่ดิน แต่แผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ได้ประกาศไปแล้วนั้น ทำให้ราคาที่ดินได้ขยับตัวรับไปแล้วในระดับหนึ่ง และยิ่งนานวันเท่าไร ราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าก็จะยิ่งแพงขึ้นตามธรรมชาติเท่ากับว่าต้นทุนส่วนหนึ่งได้ถูกล็อกในอัตราที่แพงขึ้น โดยที่ยังไม่มีความชัดเจนในการก่อสร้าง
เหมือนเช่นที่เคยเกิดกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่มีการชะลอโครงการไปหลายครั้ง แต่ละครั้งที่มีความคืบหน้าราคาที่ดินก็ขยับขึ้นไปอีก ซึ่งส่งผลให้บ้านราคาแพงขึ้นตามไปด้วย
“
ราคาที่ดินที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าหลายแปลงปรับตัวขึ้นสูงมาก อย่างเช่นแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ราคาขายอยู่ที่ 8 หมื่น1 แสนบาทต่อตารางวา หรือไร่ละไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท หากชะลอออกไปย่อมส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงการ แต่หากมองอีกแง่หนึ่งผู้ประกอบการที่ซื้อไว้แล้ว ราคาที่ดินย่อมสูงขึ้นต่อเนื่องอย่างแน่นอนในอนาคต” ปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วังทอง กรุ๊ป ให้ความเห็นสุดท้ายปัญหาการเมืองที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ก็ทำให้โครงการรถไฟฟ้าตกอยู่ในความเสี่ยงอีกครั้ง คน กทม.และปริมณฑล ที่จะมีระบบขนส่งที่ช่วยลดปัญหาการเดินทางในยามที่การจราจรติดขัด ฝันของคนซื้อบ้านที่อยากมีบ้านในทำเลที่สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าก็มีสิทธิฝันค้างอีกตามเคย







