posttoday
บสย.ใจดีสู้เสือค้ำหนี้นอกระบบ

บสย.ใจดีสู้เสือค้ำหนี้นอกระบบ

13 พฤษภาคม 2553

เซ็น6แบงก์รัฐอุ้มหลักประกันลูกหนี้ คลังงัดโครงการต้นกล้าอาชีพช่วย

โพสต์ทูเดย์ — บสย.เตรียมลงนาม 6 แบงก์รัฐ รับค้ำลูกหนี้นอกระบบที่หลักประกันไม่พอ คาดคิดค่าธรรมเนียมสูงกว่าลูกค้าปกติ

ร.ท.นพดล พันธุ์กระวี รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย. เตรียมลงนามร่วมกับสถาบันการเงินที่เข้าโครงการแก้หนี้นอกระบบทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์), ธนาคารอิสลาม, ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ก่อนสิ้นเดือน พ.ค.

ทั้งนี้ บสย.จะเข้าค้ำประกันสินเชื่อให้กับลูกหนี้นอกระบบที่ขึ้นทะเบียนไว้ แต่ไม่สามารถผ่านเกณฑ์การพิจารณาให้สินเชื่อได้เนื่องจากหลักประกันไม่พอ เบื้องต้นคาดว่าค่าธรรมเนียมสำหรับโครงการนี้น่าจะสูงกว่าค่าธรรมเนียมที่คิดกับลูกค้าปกติ ซึ่งคาดว่าจะมากกว่า 1% เนื่องจากเป็นลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงกว่าลูกหนี้ปกติ

“เรื่องได้ส่งไปที่กระทรวงการคลังแล้ว รอให้ รมว.คลัง กลับมาพิจารณาถ้าผ่านก็สามารถลงนามได้ทันทีเร็วๆ นี้ แต่โครงการนี้ยอมรับว่าต้องคิดค่าธรรมเนียมแพงกว่าลูกค้าปกตินิดหน่อย คือสูงกว่า 1% เพื่อป้องกันการครหา ว่าเอาเงินภาษีมาใช้ไม่ถูกหลัก การ” ร.ท.นพดลระบุ

ร.ท.นพดล กล่าวว่า บสย.มีสภาพคล่องมากพอที่จะเข้าไปเหลือกลุ่มลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งขณะนี้ บสย. ได้เริ่มดำเนินโครงการค้ำประกันแบบกลุ่มหรือ Portfolio Guarantee Scheme ระยะที่ 2 ในวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท

ก่อนหน้านี้ บสย.ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ค้ำประกันสินเชื่อให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีตั้งแต่ปี 2552 วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ปรากฎว่าได้รับเสียงตอบรับจากลูกหนี้และธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ทำให้บสย.ต้องขยายวงเงินค้ำประกันอีกเป็นครั้งที่สอง

สำหรับผลการดำเนินงาน บสย.ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินแล้ว 6,158 ราย จำนวนเงิน 42,133 ล้านบาท ช่วยรักษาสภาพการจ้างงานได้จำนวน 192,133 คน พร้อมทั้งทำให้สร้างการจ้างงานใหม่เพิ่มขึ้นอีก 22,280 คน

มีผลการดำเนินงานสะสม ณ วันที่ 31 ม.ค.2553 บสย. มียอดอนุมัติค้ำประกันสะสม จำนวนทั้งสิ้น 25,118 ราย วงเงิน 67,617 ล้านบาท และมีภาระค้ำประกันคงเหลือ จำนวน 13,415 ราย วงเงิน 41,373 ล้านบาท

ทั้งนี้ การค้ำประกันสินเชื่อแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ธุรกิจบริการ 1,085 ราย วงเงิน 5,149 ล้านบาท อาหารและเครื่องดื่ม 557 ราย วงเงิน 2,761 ล้านบาท เหล็ก ผลิตภัณฑ์ โลหะ685 ราย วงเงิน 2,410 ล้านบาท การผลิตสินค้าและการค้าอื่นๆ 766 ราย 2,292 ล้านบาท เกษตรกรรม 504 ราย วงเงิน1,847 ล้านบาท

สำหรับลูกหนี้นอกระบบที่มาลงทะเบียนเพื่อขอแก้ไขหนี้นอกระบบมีจำนวนกว่า 1.2 ล้านราย และมีจำนวน 2 แสนรายที่ขอถอนตัวออกไป ขณะที่จำนวน 5 แสนรายผ่านเกณฑ์สามารถเข้ามาของสินเชื่อในระบบธนาคารของรัฐได้

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่เหลืออีก 5 แสนรายไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ อาทิ หลักประกันสินเชื่อไม่เพียงพอ รวมถึงรายได้ในอนาคตที่จะชำระหนี้คืนอาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

โดยลูกหนี้กลุ่มนี้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ระบุว่า อาจต้องมีการเปิดให้เข้าร่วมโครงการฟื้นฟูอาชีพ เพราะบางรายอาจมีปัญหาเรื่องหนี้สินการพนันหรือการใช้เงินเกินตัวด้วย เมื่อมีการฟื้นฟูอาชีพแล้ว รัฐบาลก็จะกลับมาพิจารณาเรื่องการปล่อยสินเชื่อให้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือโครงการฟื้นฟูอาชีพในช่วงรัฐบาลก่อนหน้านี้พบว่าไม่ประสบความสำเร็จ ลูกหนี้จะประพฤฒิตัวดีช่วงแรกแต่หลังจากนั้นก็จะกลับไปใช้เงินอย่างขาดวินัยเช่นเดิม

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับลูกหนี้ที่มีรายได้ไม่พอชำระหนี้คาดว่าจะมีการประสานงานเพื่อนำงบประมาณจากโครงการต้นกล้าอาชีพซึ่งยังเหลืออยู่ มาใช้ในการพัฒนาอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ โดยเมื่อฝึกอาชีพเสร็จแล้ว ทางสถาบันการเงินก็จะมีการพิจารณาสินเชื่อเพื่อให้เป็นทุนในการสร้างอาชีพต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่