
รู้ใจเพื่อนบ้านผ่านบทเพลง-สุภาษิต
บทเพลงและสำนวนสุภาษิตเป็นอีกช่องทางที่จะทำให้รู้จักเพื่อนบ้านได้ลึกซึ้งขึ้น
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
บทเพลงและสำนวนสุภาษิตเป็นอีกช่องทางที่จะทำให้รู้จักเพื่อนบ้านได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะบ่งบอกถึงปูมหลังประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความคิดและความเชื่อ ของผู้คนในแต่ละสังคม
สถาพรบุ๊คส์ ได้จัดทำหนังสือ 2 เล่ม ได้แก่ เพลงอาเซียน และสำนวนสุภาษิตอาเซียน พร้อมกับจัดเสวนาเรื่องนี้ เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้เพื่อนบ้านผ่านเรื่องราวใกล้ตัว
วิเชียร อำพนรักษ์ อาจารย์ภาษาลาว คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หนึ่งในผู้เขียนหนังสือ บอกว่าเพลงชาติลาวเคยมีเวอร์ชั่นดั้งเดิม ก่อนจะมาปรับเปลี่ยนในปี 2518 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนได้เพลงชาติที่ใช้ในปัจจุบัน เป็นการจูงใจชนเผ่าในประเทศที่มีจำนวนมากให้มีความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน หลังเผชิญสงครามมาอย่างยาวนาน
สำหรับหนึ่งในเพลงยอดนิยมของลาว คือ กุหลาบปากซัน ที่มีเนื้อเพลงเกี่ยวกับปากซัน ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในแขวงบอลิคำไซ บรรยายความประทับใจในความงามของหญิงสาวและธรรมชาติของเมืองปากซัน
ขณะที่สำนวนสุภาษิตของลาวก็เป็นคำเตือนคำสอนเหมือนประเทศอาเซียนอื่นๆ ยกตัวอย่างเจ้าผู้มีความรู้เต็มพุงเพียงปาก แต่สอนตัวเองไม่ได้ ใครจะยกย่องว่าดี ก็มีความหมายเดียวกับ ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด ของไทย
ภาษานับเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำความรู้จักเพื่อนบ้านในมิติต่างๆ รวมถึงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับชีวิต แม้แต่ภาษาไทยและลาวที่ดูใกล้เคียงกัน แต่ศัพท์จำนวนมากใช้ไม่เหมือนกัน และอาจทำให้เข้าใจผิดได้ เช่น เจ้าชู้ในภาษาไทยมีความหมายที่ไม่ดี แต่ภาษาลาวแปลว่า รูปหล่อ
การทำความรู้จักเพื่อนบ้านสามารถเริ่มจากการอ่านเป็นพื้นฐาน จากนั้นก็พูดคุยกับเจ้าของภาษาต่างๆ ในอาเซียนที่อยู่ในเมืองไทยจำนวนมาก ที่สุดแล้วหากเข้าใจกัน ก็จะไม่ทะเลาะเบาะแว้ง และเกิดปัญหาบานปลาย
ส่าหรี สุฮาร์โย อาจารย์ภาษาอินโดนีเซีย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าว่า เราสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมได้จากหลายแง่มุม เพื่อนบ้านอาเซียนต่างก็เป็นประเทศในโลกตะวันออก มีวัฒนธรรมพื้นฐานคล้ายกันหลายเรื่อง เช่น การเคารพผู้ใหญ่ และรากคำที่มาจากภาษาสันสกฤต
แม้ประชาคมอาเซียนจะให้น้ำหนักกับด้านเศรษฐกิจมาก แต่วัฒนธรรมมีส่วนสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะมีความเข้าใจ รู้ช่องทางและความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะทำให้ผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์คนในท้องถิ่นได้
โดยเฉพาะบทเพลงและดนตรีมีความเป็นสากล การฟังบทเพลงของประเทศอื่นๆ จะช่วยให้เข้าใจประเทศนั้นๆ ได้ เพราะบางบทเพลงจะบรรยายให้เห็นถึงความเป็นชาติ ลักษณะเด่นต่างๆ เช่น ธรรมชาติที่มีลักษณะเฉพาะ
กรณีของอินโดนีเซีย มีกฎหมายเกี่ยวกับเพลงชาติ “อินโดเนเซีย รายา” เมื่อได้ยินเพลงชาติ ทุกคนต้องยืนตรงและร้องเพลงชาติ รวมทั้งมีข้อกำหนดว่าจะสามารถเปิดเพลงชาติได้เมื่อไร และห้ามดัดแปลงอย่างเด็ดขาด โดยเพลงชาติอินโดนีเซียเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2471 ในงานประชุมสันนิบาตยุวชนแห่งชาติที่เมืองปัตตาเวีย หรือจาการ์ตาในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มแรกเป็นการบรรเลงทำนองอย่างเดียว เพื่อไม่ให้ทหารเนเธอร์แลนด์ที่เป็นเจ้าอาณานิคมรู้ความหมาย ก่อนจะเพิ่มเติมเนื้อร้องในภายหลัง
สำนวนสุภาษิตของบางประเทศในอาเซียนใช้เหมือนๆ กัน เช่น อินโดนีเซียกับไทย อินโดนีเซียมีสำนวนที่ว่า เท้าเหยียบแผ่นดินไหน ให้ยกย่องฟ้าของแผ่นดินนั้น ซึ่งหมายถึงเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม
ทั้งบทเพลงและสำนวนสุภาษิตจึงเป็นเหมือนตัวช่วยที่ทำให้เข้าใจเพื่อนบ้านแต่ละประเทศอย่างลุ่มลึก ไม่ใช่แค่ความบันเทิงหรือการท่องจำตามๆ กันมา







