
ชัชชาติชี้พ.ร.บ.2ล้านล้านตกทำประเทศเสียโอกาส
รมว.คมนาคม ขอโทษประชาชนที่เฝ้ารอโครงการ 2 ล้านล้าน เผยเตรียมแผนสานต่อโครงการให้รัฐบาลใหม่แล้ว
รมว.คมนาคม ขอโทษประชาชนที่เฝ้ารอโครงการ 2 ล้านล้าน เผยเตรียมแผนสานต่อโครงการให้รัฐบาลใหม่แล้ว
ที่เทศบาลขอนแก่น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญ ว่า ยังไม่เห็นคำวินิจฉัยที่ชัดเจน เข้าใจว่า ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คือ ขัดมาตรา 169 เกี่ยวกับเงินแผ่นดิน และมาตรา 170 เกี่ยวกับวินัยการคลัง ส่วนขั้นตอนที่ผิดคงเป็นเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งคงต้องขอดูคำวินิจฉัยและรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง
ส่วนประเด็นคำวินิจฉัยจะเป็นอย่างไร คงต้องให้ประชาชนและผู้รู้เป็นผู้ตัดสิน หากกังวลประเด็นเงินแผ่นดินที่จะเป็นหนี้สาธารณะ ยืนยันว่า เราไม่ได้กู้เข้างบประมาณ แต่กู้มาจ่ายโครงการ ซึ่งหาก พ.ร.บ.นี้ผิดที่ประเด็นเงินแผ่นดิน ดังนั้น พ.ร.บ.หนี้สาธารณะที่ใช้มากว่า 20 ปี ก็น่าจะผิดด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่นักกฎหมายจะต้องไปคุยกัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงคมนาคม เมื่อมีคำตัดสินออกมาแล้ว คงต้องมองไปที่อนาคตที่จะทำโครงการพวกนี้ต่อ รัฐบาลใหม่มาต้องดำเนินการต่อ และ 53 โครงการนี้ก็จะไม่หยุด เพราะถือว่า พ.ร.บ.นี้เป็นแค่การหาแหล่งเงิน ซึ่งก็รู้ตัวตั้งแต่ไปให้การว่ามีปัญหาแน่นอน ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงได้เตรียมการโดยคุยกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เรื่องแหล่งเงินเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการเรียกประชุมเพื่อลำดับความสำคัญจัดทำแผนเพื่อรัฐบาลใหม่จะได้นำไปใช้ว่าจะหาแหล่งเงินจากที่ใด และเชื่อว่าประชาชนยังรอโครงการนี้อยู่
"ที่ผ่านมาในเรื่อง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ได้ดูอย่างรอบคอบแล้ว มีกฤษฎีกาเป็นผู้ดูร่าง มีผู้เชี่ยวชาญผ่าน 2 สภา แต่อาจจะมีความเห็นแตกต่างกันในบางประเด็น จากนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ ที่จะทำเป็นพ.ร.บ.หรือไม่ ขณะที่กระทรวงคมนาคมคงมองในกรอบเดิมก่อน โดยใช้วิธีการเดิมๆ ที่เคยทำมา ทั้ง พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ งบประมาณขาดดุลอาจทำได้บางโครงการโดยจัดลำดับความสำคัญ แต่โครงการจะไม่หยุด ส่วนใหญ่อยู่ในกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็เดินหน้าต่อ ซึ่งคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้พูดถึงประเด็นโครงการ แต่เป็นเรื่องของเทคนิคและเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นหลัก โดยโครงการนี้เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ และมีหลายประเด็นนำเอาไปเป็นแบบอย่างดำเนินการ"
เมื่อถามว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลอีก 53 โครงการที่วางไว้จะเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า คงจะเดินหน้าต่อ เพราะโครงการไม่ได้ถูกปฏิเสธ แต่เป็นเรื่องของวิธีการมากกว่า ซึ่งต้องรอรัฐบาลใหม่มาตัดสินใจว่าจะหาแหล่งเงินจากที่ใด โดยเราอาจจะมีคำแนะนำในวิธีการที่พอจะเป็นไปได้ และโครงการไหนที่จะต้องชะลอไว้ก่อน เรามองอนาคตอะไรที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องเป็นบทเรียนที่ต้องมาหาทางแก้และเดินหน้าต่อ
เมื่อถามว่าเสียความรู้สึกกับคำตัดสินหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ต้องขอโทษประชาชน ซึ่งทุกจังหวัดที่เดินทางลงพื้นที่ ประชาชนอยากเห็นโครงการเหล่านี้และคิดว่าประชาชนก็ผิดหวัง แต่ก็คงมีบางส่วนที่สมหวังที่ พ.ร.บ.นี้ไม่ผ่าน
เมื่อถามว่าการเมืองเล่นกันแรงเกินไปหรือไม่ที่ทำให้ผลประโยชน์ของประชาชนไม่เกิดขึ้น นายชัชชาติ กล่าวว่า จะไปพูดว่าศาลเล่นการเมืองไม่ได้ และเราต้องน้อมรับคำวินิจฉัยของศาล ประเด็นที่กังวล คือ เรื่องความมั่นใจ เพราะหลักสำคัญของโครงการนี้เป็นการสร้างความมั่นใจ นักลงทุนทั้งต่างชาติและในประเทศ ว่า ใน 7 ปีนี้จะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้น การกระจายโอกาสชัดเจน แต่เมื่อ พ.ร.บ.นี้ไม่ผ่าน ก็จะมีผลว่าเมืองไทยจะเอาอย่างไร จะทำจริงหรือไม่ ถ้าย้อนกลับไปใช้วิธีเดิมๆ 20 ปีก็ไม่เสร็จ ดังนั้นต้องหาทางแก้และอธิบายกันต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เสียหายแต่เพียงการคมนาคม แต่ส่งผลถึงภาพรวมเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจที่เสียโอกาส
เมื่อถามว่าจะเปลี่ยนแผนไปสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือไม่ นายชัชชาติ หัวเรา และตอบว่า รอดูอนาคตแต่ตอนนี้ยังไม่มีใครทาบทาม







