posttoday
Conti Road attack2"Ready to Ride"

Conti Road attack2"Ready to Ride"

11 มีนาคม 2557

เปิดคันเร่งออกจากโค้งอย่างรุนแรงเพื่อบังคับมุมเลี้ยวให้แคบลงทำได้อย่างสบาย ไม่มีอาการบีบตัวของขอบยาง

เรื่องโดย Superbird / ภาพโดย: Boboro Style

 

Conti Road attack2"Ready to Ride"

รถจักรยานยนต์ถูกพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ทุกส่วนประกอบล้วนมีความสำคัญ ซึ่งค่ายผู้ผลิต ต่างมุ่งเน้นการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนประกอบหลักๆ ที่มีความสำคัญ อันได้แก่ โครงสร้างเครื่องยนต์, ระบบอิเล็กทรอนิกส์, ระบบกันสะเทือนและยาง เป็นต้น ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ทำให้รถจักรยานยนต์มีความเร็วสูงขึ้น สมรรถนะดีขึ้นและในขณะเดียวกันก็ปลอดภัยมากขึ้น

ทั้งนี้ยังได้มีการเสริมระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มีการทำงานด้วยระบบ Safety Mode ที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานและทำให้ผู้ขับขี่ควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่ตามติดมาเสมือนเงาตามตัวและเป็นประเด็นหลักที่จะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ด้วยก็คือ “ความเร็ว” และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องตามมาเพื่อรองรับควบคู่กันไปอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้คือ “ยาง” ที่จะช่วยให้รถจักรยานยนต์แสดงประสิทธิภาพและสมรรถนะทั้งทางตรงและทางโค้ง รวมถึงน้ำหนักบรรทุกที่จะส่งผลให้รถวิ่งไปด้วยความเสถียรสู่ทิศทางที่ต้องการด้วยความมั่นใจ

ยางรถจักรยานยนต์จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ บ่งบอกถึงความใส่ใจของผู้ผลิตที่จะต้องพิถีพิถันในการเลือกให้เป็นยางติดรถ ซึ่งจริงๆ แล้วมีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ได้รับการเชื่อถือระดับโลก หนึ่งในนั้นคือ “Continental” ยางรถจักรยาน-ยนต์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงโดยใช้ในการแข่งขันโมโตสปอร์ตระดับโลกมาแล้ว โรงงาน ผลิตตั้งอยู่ที่เมือง Hanover ประเทศเยอรมันมากว่า 140 ปี ตั้งแต่ปี 1871 โดยเริ่มจากการผลิตยางจักรยานและยางรถม้า โลโก้ที่ใช้อยู่จนถึงปัจจุบันจึงมีสัญลักษณ์เป็นรูป “ม้า” จากนั้นก็พัฒนาผลิตยางรถยนต์และยางรถจักรยานยนต์

ในเวลาต่อมา เราเรียกกันสั้นๆ ว่า “Conti” Continental ผลิตยางรองรับรถจักรยานยนต์ครบทุกเซกเมนต์และแคทิกอรี่ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นยาง On-Road-On-Track หรือ Off-Road โดยมีเทคโนโลยีของการ ผลิตยางเรเดียลที่ก้าวหน้า ให้ความเกาะถนน ปลอดภัย เสถียรและมีสมดุลสูง

Conti Road attack2"Ready to Ride"

โครงสร้างหลักของยาง Continental Road Attack 2 Ready to Ride

ใช้เทคโนโลยีด้านวิศวกรและการออกแบบจากประเทศเยอรมนี 100% เพื่อผลิตยางเรเดียลมีระดับ กริปความปลอดภัยและสมดุลของการเคลื่อนที่ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น

พื้นผิวสัมผัส (Traction Skin)

ด้วยเทคโนโลยี Tactile Tread Surface ประกอบด้วยพื้นผิวอณูเนื้อทรายเล็กๆ ขนาดเป็นไมครอนสานต่อกันบริเวณหน้ายาง เสริมแรงยึดเกาะการใช้งานบนท้องถนนให้มากยิ่งขึ้น

Dynamic Ride Technology (DRT)

ส่วนผ้าเสริมหน้ายาง (Breaker หรือ Blet) ชั้นคาร์บอนเคฟล่าที่ตัดองศาพิเศษทำหน้าที่คล้ายกับเข็มขัดประกบบนโครงสร้าง ส่งผลให้โครงสร้างแข็งแกร่ง หน้ายางทนทาน มันถูกสร้างมาด้วยโครงสร้างพิเศษซึ่งถือเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะและพัฒนามาเพื่อเสริมสมรรถนะในด้านการ-ควบคุมและหักเลี้ยวของรถจักรยานยนต์

Continuous Compound Technology

ออกแบบโดยใช้ส่วนผสมของ Compound ชั้นเลิศ เพื่อจุดประสงค์ในการยืดอายุการใช้งานบริเวณผิวสัมผัส ของหน้ายางสูงสุด อีกทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยในโค้งด้วย Compound ซึ่งให้กริปที่สูงกว่ายางทั่วไปบริเวณไหล่ยาง

Black Chili Compound

มีโครงสร้างเป็น ส่วนผสมของคาร์บอนดำเกรดแข่งขัน (Racing Carbon  Black) ส่งผลให้ การวอร์มยางสามารถทำได้ รวดเร็วขึ้นและเรซิ่นซึ่งเสริมกริปสำหรับการเบรคให้ระยะทางสั้นโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีซิลิก้าที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะการ ยึดเกาะบนสภาพทางเปียกอีกด้วย

ทดสอบสมรรถนะ

Conti ที่นำมาทดสอบนี้เป็นยาง Sport-Touring หน้า 120/70-17 M/C (58 W) TL หลัง 190/50-ZR 17 M/C (73 W) TL รูปลักษณ์สวย โฉบเฉี่ยวเหมือนยางซูเปอร์สต็อก มีเนื้อที่หรือพื้นผิวเพื่อการเกาะถนนมาก ร่องรีดน้ำออกแนวโดดเด่นนำแฟชั่นหน้ายางกว้าง 190 มม. ถือว่าเป็นความกว้างมาตรฐาน ของรถซูเปอร์ไบค์ส่วนยางหน้ากว้าง 120 มม. ก็เป็นขนาดมาตรฐานเช่นเดียวกัน ยางหน้าอาจ มีแก้มยางสูงกว่ารถซูเปอร์สปอร์ตเล็กน้อย และยางหลังแก้มยางเตี้ยกว่าอีกเช่นกัน เพราะยางที่นำมาทดสอบเป็นแบบสปอร์ตทัวริ่งเพื่อการขับขี่เดินทาง และง่ายต่อการควบคุมบนถนน

ในครั้งนี้ ฟาสท์ไบค์ ไทยแลนด์ ได้นำยางสเปคนี้มาทดสอบกับรถซูเปอร์สปอร์ต Yamaha R1 ปี 08 ซึ่งเป็นรถที่ใช้งานจริงจาก Super Scooter Shop Ltd., Part มาทดสอบขับขี่โฉบเฉี่ยวในสนาม เพื่อหาผลคุณภาพของยาง Continental กันที่สนามแข่งรถไทยแลนด์ เซอร์กิต นครชัยศรี

Conti Road attack2"Ready to Ride"

เริ่มการทดสอบ

ด้วยแก้มยางเบอร์ 50 จึงต้องปรับความแข็งสปริงหลังเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 4 มม. ลดคอมเพรสชั่นและเพิ่มความหนืดชดเชยกับน้ำหนักคนและรถสู่ล้อหลัง เพื่อแชร์น้ำหนักที่เหมาะสมกับการทดสอบ ในสนามแข่ง 40-60% หน้า 40 หลัง 60 ซึ่งถือเป็นเปอร์เซ็นต์มาตรฐานความลาดเอียงของตัวรถจากด้านหลังสู่ด้านหน้า ที่สำคัญระยะ Pitching ของยางหลังหรือเส้นรอบวงไม่สูงมากนัก จึงจำเป็นต้องปรับช่วงล่างหลังให้รับเพื่อการเข้าโค้งและการพลิกรถที่ฉับไวในสนาม แต่ถ้าขับขี่บนถนนก็ไม่จำเป็นต้องปรับช่วงล่างขนาดนั้น เพราะคงไม่มีโค้งติดกันแบบโค้ง Chicane เราปรับแรงดันลมยางหลังเหลือ 30 ปอนด์จาก 42 ปอนด์ ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานการแข่งขัน ได้ตำแหน่งของรถตามที่ต้องการเพื่อให้ได้ความรู้สึกของสมรรถนะยาง Coti ตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด

ผมเริ่มการทดสอบด้วยความเร็วไม่สูงมากนักเพื่อวอร์มให้ยางรับกับสภาพของแทรค และปรับหน้าสัมผัส ไม่ต้องกังวลเพราะเครื่องยนต์เป็นระดับซูเปอร์สปอร์ตไฮเอนด์อยู่แล้ว ผมเริ่มรับรู้ความรู้สึกแรกว่า ยาง Conti นั้นสามารถปรับอุณหภูมิความเกาะถนนได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องวอร์มยางหลายรอบ จึงเริ่มเพิ่มความเร็ว จากระดับกลางให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อย โดยในช่วงแรกสิ่งที่อยากหาคำตอบคือรถจะพลิกได้เร็วหรือไม่ ซึ่งผมก็สามารถพลิกรถได้ไม่แตกต่างจากยางที่มีระยะ Pitch กว้างที่มีในยางซีรีส์ 60 แบบสบายๆ (ระยะ Pitch คือเส้นรอบวงของยางที่จะเป็นตัวกำหนดการพลิกรถเร็วหรือช้า) ซึ่งถ้าไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน การพลิกรถเร็วมากๆ จะทำให้เสียสมดุลของการบังคับรถในรอบต่ำ ตรงจุดนี้ Conti สอบผ่านอย่างง่ายดาย

จากนั้นก็มาถึงความรู้สึกของการเบรคอย่างหนัก โดยกำหนดให้เบรคหน้าทำงานอย่างเต็มที่เพื่อค้นหาว่าแก้มยางเมื่อได้รับน้ำหนักการกดอย่างแรงแล้วโครงสร้างยางจะย้วยหรือไม่ ซึ่งยาง Conti นั้นออกแบบด้วยเทคโนโลยี Dynamic Rideที่มีโครงสร้างหลักถักทอด้วยคาร์บอนเคฟล่าประสานกัน เป็นตาข่ายเสมือนใยเหล็กที่ยึดแน่นทั้งแก้มยางและหน้ายาง เมื่อใช้เบรคหน้าหนักๆ ก็ไม่ทำให้แก้มยางยุบตัวจนเกินเหตุ ขณะที่ยางหลังนั้นถึงแม้จะมีแก้มยางเตี้ยแค่ 50 มม. จากที่เราปรับระดับของช่วงล่างหลังเพื่อรองรับมุมเลี้ยวไว้ล่วงหน้าแล้ว การเปิดคันเร่งออกจากโค้งอย่างรุนแรงเพื่อบังคับมุมเลี้ยวให้แคบลงจึงทำได้อย่างสบาย ไม่มีอาการบีบตัวของขอบยาง หรือทำให้ย้วยเมื่อออกจากโค้งเลย ตรงจุดนี้ไหล่หรือแก้มยางนั้นออกแบบด้วยเทคโนโลยี Continuous Compound Technology ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีความเกาะถนนในช่วงของการเข้าโค้งมากกว่ายางทั่วไป และเสริมด้วยซิลิก้าเหนียว เพื่อการรีดน้ำอย่างหมดจด

Conti Road attack2"Ready to Ride"

ขณะที่เส้นผ่าศูนย์กลางหรือหน้ายางก็ออกแบบให้มีเนื้อยางที่เหมาะกับการ ใช้งานทนทานยาวนาน พร้อมปรับสภาพการหยุดความเร็วได้อย่างแม่นยำ ทำให้การยกคันเร่งลดความเร็ว สามารถจุ่มไปใกล้โค้งได้มากยิ่งขึ้น ผมใช้เบรคหลังหนักเพื่อบังคับเลี้ยวด้วยการสั่งให้ช่วงท้ายโอเวอร์แล้วแบนรถทันที แก้มยางนั้นรองรับได้อย่างมั่นใจ หลังออกจากโค้งห้าด้วยความเร็วสูงของเกียร์สาม ไล่ความเร็วจนถึงเกียร์ ห้าก็ไม่พบอาการกระด้างที่ส่งผลจากการปรับระบบกันสะเทือนจะมีให้เห็นมากนักจึงมั่นใจได้

นอกจากนี้ Conti ยังมียางรถสกู๊ตเตอร์ที่มีเนื้อยางและคุณภาพเดียวกัน เรานำมาใส่ร่วมแจมในรถระดับพรีเมียม Vespa LX 125 ซีซี. เป็นรุ่น Conti Twist ในซีรีส์ 110/70-11M/C 45M TL ลงวาดลวดลายในแทรคก็มันไปอีกแบบ

ยางรถจักรยานยนต์ Continental เป็นยางรถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุดยี่ห้อหนึ่งที่ผู้ใช้รถสามารถมั่นใจได้ และยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกซึ่งนอกจากรุ่นที่นำมาขับขี่ในสนามแข่งนี้แล้ว ยังมีอีกหลายรุ่นทั้งแบบเรซซิ่ง สลิคเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะและยางรถสกู๊ตเตอร์ เครดิตของ Continental คือหนึ่งในยางที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งผ่านการยอมรับในสนามแข่งขันที่ช่วยการันตีให้คุณมั่นใจได้เมื่อเลือกซื้อและเลือกใช้ครับ

Conti Road attack2"Ready to Ride"

 

Conti Road attack2"Ready to Ride"

 

Conti Road attack2"Ready to Ride"

 

Conti Road attack2"Ready to Ride"

 

Conti Road attack2"Ready to Ride"

 

*********************************************************************************

Conti Road attack2"Ready to Ride"

Fast Bikes Thailand Magazine ฉบับเดือน มีนาคม วางแผงแล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สมัครสมาชิกรายปีเพียง 1,560 บาท จากราคาปรกติ 2,460บาท)

โทร. 02-6164729, อีเมล์: [email protected]

 

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย